หน้าต่างและประตู: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน

  1.  ห้องเก็บไวน์ by Residenza by Diego Bibbiani
  2.  ห้องเก็บไวน์ by Marmoles ARCA
  3. ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
    ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
  4.  ห้องเก็บไวน์ by Franko & Co.
  5.  ห้องเก็บไวน์ by Studio Magenis Professionisti Associati
  6.  ห้องเก็บไวน์ by Paola Calzada Arquitectos
    Ad
  7.  ห้องเก็บไวน์ by ARTteam
  8. ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
    ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
  9.  ห้องเก็บไวน์ by JCWK arquitetura (jancowski arquitetura)
  10.  ห้องเก็บไวน์ by Designa Interieur & Architectuur BNA
  11.  ห้องเก็บไวน์ by shep&kyles design
  12.  ห้องเก็บไวน์ by B2RN Architecture
  13.  ห้องเก็บไวน์ by Eisen Arquitecto
  14.  ห้องเก็บไวน์ by Sandrine RIVIERE Photographie
  15.  ห้องเก็บไวน์ by D'ODORICO OFICINA DE ARQUITECTURA
  16.  ห้องเก็บไวน์ by Miralbo Urbana S.L.
  17.  ห้องเก็บไวน์ by Fabiana Mazzotti Arquitetura e Interiores
  18.  ห้องเก็บไวน์ by Fabiana Mazzotti Arquitetura e Interiores
  19.  ห้องเก็บไวน์ by Edr Cristal - Adegas Climatizadas
  20.  ห้องเก็บไวน์ by Silvana Barbato, StudioAtelier
    Ad
  21.  ห้องเก็บไวน์ by Residenza by Diego Bibbiani
  22.  ห้องเก็บไวน์ by Clô Vieira Design de Interiores
  23.  ห้องเก็บไวน์ by Arquiteta Bianca Monteiro
  24.  ห้องเก็บไวน์ by 2P COSTRUZIONI srl
  25.  ห้องเก็บไวน์ by Arq. Beatriz Gómez G.
    Ad
  26.  ห้องเก็บไวน์ by Chantal Forzatti architetto
  27.  ห้องเก็บไวน์ by Carol Landim | Arquitetura + Interiores
  28.  ห้องเก็บไวน์ by Padovani Arquitetos + Associados
  29.  ห้องเก็บไวน์ by Juliana Zanetti Arquitetura e Interiores
  30.  ห้องเก็บไวน์ by MYAH - Make Yourself At Home
  31.  ห้องเก็บไวน์ by Lo Interior
  32.  ห้องเก็บไวน์ by Danielle Valente Arquitetura e Interiores
  33.  ห้องเก็บไวน์ by Kitchen Krafter Design/Remodel Showroom

ห้องเก็บไวน์

หากใครที่ชอบดื่มไวน์ ชอบศึกษาเรื่องของไวน์ คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า กระบวนการทำไวน์นั้นยุ่งยากและซับซ้อนมาก เริ่มตั้งแต่ที่ชนิดขององุ่น พื้นที่ที่ปลูก ชนิดของถังไม้ ระยะเวลาที่หมัก และการบรรจุขวด กว่าจะได้เป็นไวน์หนึ่งขวดนั้นไม่ง่ายเลย ดังนั้นหากคุณเป็นคนที่หลงใหลในการดื่มไวน์แล้วละก็ คุณคงเป็นนักสะสมตัวยงด้วยเช่นกัน และคุณคงไม่อยากให้ไวน์ที่แสนมีค่า ถูกทำลายและเปลี่ยนรสชาติแน่นอนใช่มั้ย เพราะฉะนั้นแล้วเราควรจะต้องมีห้องเก็บไวน์ที่ถูกต้อง เพื่อรักษาไวน์ของคุณเอาไว้ ห้องเก็บไวน์นั้นก็เหมือนตู้เย็นนั้นเองที่ต้องอยู่ในสภาพที่ดีและอุณหภูมิจะต้องคงที่ ดังนั้น เรามาดูกันว่า การสร้างห้องเก็บไวน์นั้น จะต้องคำนึงอะไรบ้าง มาดูกันเลย (ห้องเก็บไวน์สำหรับไวน์แดงเท่านั้น ไวน์ขาวหรือเครื่องดื่มอื่นๆ อุณหภูมิจะแตกต่างไปจากนี้) หากคุณมีงบประมาณที่เพียงพอ การใส่ห้องเก็บไวน์ไว้ในแผนการสร้างบ้านและที่อยู่อาศัยของคุณนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องที่คุณให้ความใส่ใจอย่างแน่นอน

สิ่งที่ต้องคำนึกถึงเมื่อคุณอยากสร้างห้องเก็บไวน์ที่บ้าน

1. ขนาด – โดยทั่วไปแล้ว วิธีการคำนวณขนาดของห้องเก็บไวน์ จะขึ้นอยู่กับจำนวนไวน์ที่คุณอยากจะเก็บ วิธีคำนวณคือ 1 ตารางเมตรจะสามารถเก็บไวน์ได้ 200 ขวด ที่ความสูง 2.4 เมตร

2. ตำแหน่งของห้องเก็บไวน์ – ห้องเก็บไวน์นั้นอยู่ตำแหน่งไหนของบ้านดี ห้องเก็บไวน์นั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในจุดที่ไม่ไกลจากห้องครัว เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก ในส่วนของห้องเก็บไวน์จะเป็นระบบปิดอยู่แล้ว ไม่มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง เพียงแต่ว่า ถ้าในตำแหน่งนั้นมีความร้อนสูง ระบบทำความเย็นอาจจะต้องใช้ไฟมากกว่าเดิม และอย่าลืมคำนึงถึงการสั่นสะเทือนด้วย หากตรงส่วนนั้นของบ้านได้รับแรงสั่นทะเทือนจากภายนอกเช่นใกล้ถนน ควรจะต้องหลีกเลี่ยง

3. ระบบทำความเย็น – การมีห้องเก็บไวน์ในเมืองไทยนั้น อาจจะเสียเปรียบกว่าในพื้นที่อื่นๆเนื่องจากเมืองไทยมีอุณหภูมิสูงตลอดทั้งปี ห้องเก็บไวน์ควรจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 13 -15 องศา และความชื้นที่ 50-70% โดยใช้เครื่องปรับอากาศที่ฝังไว้ในฝ้าก็จะดูสวยงามกว่า

4. ฉนวนกันความร้อน – เพื่อทำให้ห้องมีอุณหภูมิคงที่และช่วยประหยัดไฟ เราควรติดตั้งฉนวนกันความร้อนเอาไว้รอบๆ ชนิดของฉนวนนั้นควรจะมีค่าไม่ต่ำกว่า R-19

5. วัสดุ – สำหรับผนังนั้น เราขอแนะนำให้ใช้ยิปซั่ม ซึ่งเป็นที่นิยม และอย่าลืมที่จะทาด้วยน้ำยาป้องกันความชื้น สำหรับพื้นนั้น ควรเลือกใช้กระเบื้องหรือหินเพื่อให้เก็บรักษาอุณหภูมิเอาไว้ และไม่ควรมีพรมเป็นอันขาดเพราะจะส่งผลถึงอุณหภูมิภายในห้อง

6. ประตู – ห้องเก็บไวน์นั้นเป็นมากกว่าแค่ที่เก็บไวน์ มันคือของตกแต่งบ้านชั้นดีอีกด้วย และประตูคือความประทับใจแรกเมื่อคุณเชิญแขกมาเลือกไวน์ ไม่ต่างจากประตูหน้าบ้านที่คุณต้องตกแต่งให้สวยงามสำหรับปราการด่านแรกที่แขกทุกคนจะต้องเห็น ในขณะเดียวกัน ประตูก็ควรจะต้องทำหน้าที่ของมันอย่างดีอีกด้วย นั้นคือเก็บรักษาอุณหภูมิ

7. แสง – ข้อสำคัญที่สุดคือ ไม่ควรมีแสงแดดส่งเข้ามา เพราะจะส่งผลถึงรสชาติของไวน์ หลอดไฟควรจะใช้เป็นแบบอ่อนๆ หลอดไฟแบบแถวนั้นเป็นที่นิยมมากที่สุดเพราะสามารถเลือกได้ว่าจะให้ส่งไปที่ไหนบ้าง บางห้องอาจมีรูปภาพที่อยากจะทำให้เด่น ก็สามารถปรับให้แสงไฟส่งไปได้ และควรปิดไฟทุกครั้งหลังใช้งานเพื่อมิให้กระทบต่ออุณหภูมิ

8. จะเริ่มเก็บไวน์อย่างไรดี – เมื่อคุณสร้างห้องเก็บไวน์เสร็จแล้ว แน่นอนว่าคุณคงจะไม่รอช้าที่จะเอาไวน์เข้าไปเก็บ แต่จะเก็บอย่างไรดี อย่างแรกเลย คุณต้องตัดสินใจก่อนว่า คุณอยากจะแยกชนิดของไวน์หรือไม่ หรือจะมีไวน์ที่ถูกบรรจุมาในภาชนะอื่นๆที่ไม่ใช่ขวดเช่น ถังไม้ เป็นต้น จะมีมุมที่เอาไว้ชิมไวน์ด้วยหรือไม่

9. ชั้นวาง – ชั้นวางไวน์ทำมาจากไม้ จะมีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งหาซื้อแบบสำเร็จรูปได้เลยหรือสั่งทำก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดวางที่คุณตัดสินใจ ชนิดของไม้มักจะเป็นไม้แดงหรือไม้มะฮอกกานี โดยจะให้สีที่ต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากให้ห้องเก็บไวน์ออกมาเป็นธีมไหน การเก็บไวน์นั้นควรจะต้องวางแนวนอนเพื่อให้ไวน์นั้นโดนคอร์ก มิฉะนั้นแล้วจะแห้งเกินไปและอาจจะฉีกขาดได้ตอนเปิด

10. ความปลอดภัย – แน่นอนว่าไวน์ที่คุณเก็บสะสมนั้น มีค่าไม่น้อยแน่ๆ ไวน์บางขวดอาจะมีค่าเป็นหมื่นหรือแสนบาทก็เป็นได้ ดังนั้น อย่าลืมที่จะติดกล้องเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของไวน์ของคุณ

11. ตกแต่ง – ไวน์คือสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงหลายๆอย่างในตัวผู้ดื่ม และเป็นการดื่มด่ำไปกับเรื่องราวมากมายที่อยู่ในขวด เป็นเรื่องของอารมณ์มากกว่าเหตุผล ดังนั้นแล้ว การดื่มไวน์ต้องมีบรรยากาศเข้ามาด้วย ห้องเก็บไวน์ของคุณอาจจะตกแต่งในแบบยุโรปดั้งเดิม หรือโมเดิร์นก็ไม่ผิด เพราะแต่ละคนชอบรสชาติของไวน์ที่ต่างกัน บรรยากาศที่เช่นกัน

ในกรณีที่คุณอาจจะไม่อยากเก็บไวน์เยอะขนาดนี้หรืออาจมีพื้นที่ไม่เพียงพอในการสร้างห้องเก็บไวน์ ตู้แช่ไวน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก โดยราคานั้นจะอยู่ที่หลักหมื่นถึงหลักแสนต้น มีหลายขนาดให้ลองเลือกเก็บได้ตั้งแต่หลักสิบถึงร้อยขวดเป็นต้นไป คุณสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมและงบประมาณของคุณ แต่ถ้าหากยังอยากได้ห้องเก็บไวน์ที่เป็นกิจจะลัษณะ ลองปรึกษาสถาปนิกภายใน หรือนักออกแบบตกแต่งภายในให้คุณได้ขนาดที่ใช่ กับสไตล์ที่ชอบ ใช้งานได้ดีและเข้ากับบ้านเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งบ้านเพิ่มเติมก็ยังได้