ห้องอบไอน้ำ: รูปภาพ ไอเดียและแรงบันดาลใจสำหรับ

  1.  ห้องอบไอน้ำ by AVANTUM
    Ad
  2.  ห้องอบไอน้ำ by Cleopatra BV
  3. ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
    ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
  4.  ห้องอบไอน้ำ by arlan.ch atelier d'architettura
  5.  ห้องอบไอน้ำ by Vito De Luca Architetto
  6.  ห้องอบไอน้ำ by Signum Contract
  7.  ห้องอบไอน้ำ by Signum Contract
  8. ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
    ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
  9.  ห้องอบไอน้ำ by Style Home
  10.  ห้องอบไอน้ำ by Lux4home™ Indonesia
  11.  ห้องอบไอน้ำ by Arquiteta Bianca Monteiro
  12.  ห้องอบไอน้ำ by Signum Contract
  13.  ห้องอบไอน้ำ by Cleopatra BV
  14.  ห้องอบไอน้ำ by Cleopatra BV
  15.  ห้องอบไอน้ำ by Socrates Architects
  16.  ห้องอบไอน้ำ by BOULEVARD ARQUITETURA
  17.  ห้องอบไอน้ำ by Projectstroy
  18.  ห้องอบไอน้ำ by Yantram Architectural Design Studio
  19.  ห้องอบไอน้ำ by Arquiteta Carol Algodoal Arquitetura e Interiores
  20.  ห้องอบไอน้ำ by Arquiteta Carol Algodoal Arquitetura e Interiores
  21.  ห้องอบไอน้ำ by Arquiteta Carol Algodoal Arquitetura e Interiores
  22.  ห้องอบไอน้ำ by Style Home
  23.  ห้องอบไอน้ำ by Style Home
  24.  ห้องอบไอน้ำ by Style Home
  25.  ห้องอบไอน้ำ by Projectstroy
  26.  ห้องอบไอน้ำ by Studioapart
    Ad
  27.  ห้องอบไอน้ำ by Nuevo Tasarım
  28.  ห้องอบไอน้ำ by 形構設計 Morpho-Design
    Ad
  29.  ห้องอบไอน้ำ by Next Container
  30.  ห้องอบไอน้ำ by Next Container
  31.  ห้องอบไอน้ำ by London Swimming Pool Company
  32.  ห้องอบไอน้ำ by Daniela Ponsoni Arquitetura
  33.  ห้องอบไอน้ำ by Studio B&L

ห้องอบไอน้ำ

วิธีการผ่อนคลายร่างกายอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมอยู่อย่างต่อเนื่องนั่นก็คือ การอบไอน้ำ แต่รู้หรือเปล่าว่าแท้จริงแล้วการอบไอน้ำนั้นมีประโยชน์อย่างไรและแบ่งแยกออกเป็นการอบแบบไหนบ้าง ซึ่งการอบไอน้ำนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบก็คือ การอบซาวน่าและการอบไอน้ำ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีข้อดีที่เหมือนกันตรงที่ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเส้นเลือด ลดสารพิษจากระบบเลือด สารเคมีที่ตกค้างในร่างกาย รวมถึงน้ำส่วนเกิน และเซลล์ที่ตายแล้วโดยขับออกมาทางผิวหนังในรูปของเหงื่อ นอกจากนี้ยังกระตุ้นการทำงานของผิวหนัง ระบบการหายใจ และกระตุ้นให้จิตใจและร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย กระตุ้นระบบประสาท ระบบฮอร์โมน และช่วยให้นอนหลับ แต่หลายคนก็ยังเกิดความสงสัยอยู่เสมอว่าระหว่างการอบซาวน่ากับการอบไอน้ำนั้นมีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบให้คุณหายข้องใจกันแล้วล่ะ

การอบไอน้ำคืออะไร

ก่อนอื่นเรามาดูต้นกำเนิดของห้องอบไอน้ำกันก่อนเลยดีกว่า จริงๆ แล้วการอบไอน้ำเกิดจากโรงอาบน้ำที่ถูกขุดพบขึ้นในช่วงจักรวรรดิโรมัน ซึ่งพบว่าเป็นห้องอาบน้ำของชาวโรมโบราณ โดยมีทั้งห้องความร้อนและห้องไอน้ำทั้งแบบห้องแบบส่วนตัวและสาธารณะที่ใช้งานกันได้หลายคนหรือที่เราเรียกว่า สปา ในปัจจุบัน จากประวัติในสมัยก่อนว่ากันว่าคนในยุคนั้นชอบมาแช่น้ำพุซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติที่อยู่ใต้พื้นดิน เพราะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นสามารถคลายความปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังดีต่อจิตใจด้วยแถมยังช่วยให้ใจผ่อนคลายนั่นเอง นับตั้งแต่นั้นก็ได้รับความนิยมเรื่อยมาจนเกิดเป็นห้องอบไอน้ำในปัจจุบันนั่นเอง ด้วยลักษณะของห้องอบไอน้ำนั้นจะใช้ไอน้ำโดยส่งมาทางท่อ ภายนอกห้องมีปุ่มที่สามารถปรับอุณหภูมิ พอได้ระดับไอน้ำก็พุ่งออกมาจนควันคลุ้งไปทั่วห้อง พอเราเข้าไปอบแล้วตัวเราก็จะมีความชุ่มชื่นกว่าการอบในห้องซาวน่า

ส่วนห้องซาวน่าก็มีเครื่องปรับอุณหภูมิ และถ่านที่ต้องตักน้ำราดเพื่อให้ความร้อนถูกปล่อยออกมา เมื่อคุณเข้าไปอบตัวในห้องซาวน่าแล้วจะรู้สึกร้อนและมีเหงื่อซึม แต่ไม่มีควันคลุ้งจากไอน้ำ

ระหว่างการอบซาวน่าและการอบไอน้ำมีความต่างกันอย่างไร

เราไปดูการอบซาวน่ากันก่อนเลยดีกว่า ซาวน่าเป็นการบำบัดด้วยความร้อนแห้ง โดยห้องซาวน่ามักจะนิยมสร้างขึ้นจากไม้สนซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติ เพราะมีความทนทานไม่อมความร้อนและไม่นำความร้อน นอกจากนี้อุณหภูมิในห้องซาวน่าก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกันโดยเฉลี่ยอุณหภูมิต้องอยู่ที่ประมาณ 70-90 องศาเซลเซียส วิธีการทำงานของการอบซาวน่าก็คือภายในห้องจะมีอุปกรณ์เตาซาวน่าถ่านหินโดยต้องตักน้ำราดให้ความร้อนถูกปล่อยออกมา เมื่อความร้อนถูกปล่อยออกมาแล้วจะทำให้ช่วยเปิดรูขุมขนที่ผิวหนัง พร้อมกันนี้ยังขับสิ่งสกปรกที่ร่างกายไม่ต้องการออกมาด้วย ซึ่งประโยชน์ของการอบซาวน่าก็คือ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนและขยายหลอดเลือดได้ดี แต่หากใครจะอบซาวน่าล่ะก็ เรามีข้อแนะนำก่อนจะเข้าไปอบ ต้องอาบน้ำและเช็ดตัวให้แห้ง เพราะการอบลักษณะนี้มีอุณหภูมิความร้อนที่สูงมาก ดังนั้นจึงทำให้ผิวแห้ง แต่เวลาที่ผิวแห้งก็สามารถขับเหงื่อได้ดีและเร็วขึ้น เมื่ออบเสร็จแล้วเราก็ต้องอาบน้ำและเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน สามารถทำสลับไปสลับมาได้ ซึ่งการสลับระหว่างอบซาวน่าและอาบน้ำเย็นทำให้ร่างกายเกิดการขยายและหดตัวของเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำ ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดเป็นไปได้อย่างสะดวกมากขึ้น

ต่อไปมารู้จักการอบไอน้ำกันบ้าง เรียกการอบแบบนี้ว่าบำบัดด้วยความร้อนแบบเปียก โครงสร้างของห้องเป็นตู้กระจกมีเครื่องสตีมที่ผลิตไอน้ำร้อนเข้าไปในห้องอบโดยจะฉีดไอน้ำเป็นฝอยๆ โมเลกุลของไอน้ำจะมีขนาดเล็กมาก ความร้อนที่ใช้ในห้องอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส หลังจากการอบไอน้ำแบบนี้ทำให้การไหลเวียนของเลือดดี ผิวพรรณดี ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า

ถ้าจะทำห้องอบไอน้ำที่บ้านต้องทำอย่างไรบ้าง

สิ่งสำคัญที่สุดของการจะทำห้องอบไอน้ำก็คือ เราจะต้องมีพื้นที่ที่สะดวกสบายสักหน่อย ยิ่งกว้างก็ยิ่งดีเพราะช่วยให้เกิดการระบายอากาศได้มากและถ่ายเทความร้อนได้สะดวกมากขึ้น ต้องมีฮิตเตอร์ทำความร้อนไว้สำหรับอาบน้ำ นอกจากนี้ต้องมีที่นั่งพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพและผ่อนคลายจิตใจ โดยการตกแต่งห้องอบไอน้ำสามารถใช้กระเบื้องปูทั้งพื้นและผนังได้ดีกว่าใช้วัสดุชนิดอื่นๆ และอุปกรณ์สุดท้ายที่ต้องมีก็คือ เครื่องกำเนิดไอน้ำและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานระบบน้ำและไฟทั้งหมด

การก่อสร้างและติดตั้งห้องอบไอน้ำ

หากคุณต้องการทำห้องอบไอน้ำเอาไว้ที่บ้านล่ะก็ต้องวางแผนก่อนว่าจะให้อยู่ตำแหน่งไหน เพราะมีทั้งระบบน้ำและไฟฟ้าที่ต้องจ่ายไปให้เครื่องและชุดควบคุม และยังมีเครื่องกำเนิดไอน้ำ เครื่องตัดกระแสไฟฟ้า สำหรับใครที่อยากทำห้องอบไอน้ำเองก็ก่อเป็นห้องขึ้นมาแล้วปูผนังและพื้นด้วยกระเบื้อง แต่หากใช้แบบสำเร็จรูปก็จะลดขั้นตอนในการก่อสร้างไปได้เยอะ แถมยังมีผู้ชำนาญการที่จะเข้ามาช่วยดูแลระบบและจัดการทุกอย่างได้มาตรฐานและปลอดภัย

บำรุงรักษาและทำความสะอาด

การดูแลห้องอบไอน้ำควรทำเป็นประจำสม่ำเสมอโดยทำความสะอาดทั้งผนังและพื้นกระเบื้องอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง อาจเริ่มจากการปัดกวาดสิ่งปฏิกูลหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นเพื่อดูดสิ่งสกปรกด้านในออกให้หมดก่อนก็ได้ จากนั้นใช้น้ำยาล้างทำความสะอาดห้องอบไอน้ำ รวมถึงหม้อต้มโดยห้ามใช้แปรงขัดหรือถูแรงๆ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคหรือแบคทีเรียที่สะสมอยู่ภายใน รวมถึงการทำความสะอาดผนังหรือประตูกระจกด้วย