หลังคากระจก: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน | homify หลังคากระจก: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน
Error: Cannot find module './CookieBanner' at eval (webpack:///./app/assets/javascripts/webpack/react-components_lazy_^\.\/.*$_namespace_object?:2982:12) at at process._tickCallback (internal/process/next_tick.js:189:7) at Function.Module.runMain (module.js:696:11) at startup (bootstrap_node.js:204:16) at bootstrap_node.js:625:3

หลังคากระจก: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน

หลังคากระจกหรือหน้าต่างบนหลังคา

หลังคากระจกหรือหน้าต่างบนหลังคา (Skylights) เป็นหนึ่งในรูปแบบของช่องลม ช่องแสงและช่องอากาศนั้นมีหลากหลายแนวทางในการออกแบบและติดตั้งสำหรับบ้านและที่อยู่อาศัย ซึ่งที่เรามักคุ้นและนิยมนำมาปรับใช้อย่างบ่อยครั้งคือ หน้าต่าง แต่ทว่าหน้าต่างไม่ได้ติดตั้งเพียงแต่ผนังเช่นหน้าต่างธรรมดา กลับกันถูกนำมาปรับใช้ในการติดเพดานและหลังคาด้วยเช่นกัน แม้บ้านในแถบเอเชียโดยเฉพาะประเทศไทยจะไม่ได้รับความนิยมเพราะลักษณะหน้าต่างในแบบดังกล่าวไม่เหมาะกับสภาพอากาศของไทยที่ร้อนอย่างมาก อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงประโยชน์ของหน้าต่างบนหลังคาถือได้ว่ามีหลากหลายปัจจัยที่ควรนำมาปรับใช้ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมที่อยู่อาศัยยุคใหม่หันมาให้ความสนใจและพร้อมนำเอาหน้าต่างบนหลังคาหรือเป็นที่รู้จักในชื่อ Skylights มาผนวกใช้หรือเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบและตกแต่งบ้าน

หลังคากระจกหรือหน้าต่างบนหลังคา หรือ Skylights คืออะไร

หากขยายความคำว่า สกายไลท์ให้ดูเข้าใจง่ายและชัดเจนที่สุด คือ หน้าต่างบนหลังคา โดยทำเลที่ตั้งหรือออกแบบนั้นสาวนใหญ่อยู่บริเวณเพดานหรือหลังคา ซึ่งแตกต่างจากหน้าต่างทั่วไปที่จะติดตั้งอยู่บริเวณผนัง สำหรับสกายไลท์คาดว่าเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 แถบทวีปยุโรปโดนสะท้อนผ่านสิ่งปลูกสร้างหลากหลายประเภท อาทิ พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ อาคาร และสนามกีฬาในสถาปัตยกรรมแบบกอธิค, เรเนซองส์และบาร็อค อย่างไรก็ดีลักษณะหน้าต่างในแบบดังกล่าวถูกนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านและที่อยู่อาศัยในยุคปัจจุบันอย่างหลากหลาย สำหรับประเทศไทยพบเห็นบ่อยครั้งกับบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์

ด้านประโยชน์ของหน้าต่างบนหลังคานั้นไม่เพียงแต่ความสวยงาม ดูร่วมสมัยและมีรสนิยม ยังช่วยเพิ่มความส่องสว่างและความปลอดโปร่งของบ้านให้ดูสดใหม่ สะอาด และรู้สึกกว้าขวาง ที่สำคัญเป็นหัวใจสำหรับการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในบ้านซึ่งหลากหลายภาคส่วนโดยเฉพาะภาครัฐในประเทศต่างให้การสนับสนุน และผุดเป็นโครงการที่น่าสนใจต่างๆ เช่น โครงการบ้านเบอร์ 5 เป็นต้น

การติดตั้งและการใช้งานของหน้าต่างบนหลังคา

สำหรับรูปแบบของหน้าต่างบนหลังคานั้นมีรูปทรงที่หลากหลายให้เลือกใช้ในการนำไปตกแต่ง ยกตัวอย่างเช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมผืนผ้า คางหมู รวมทั้งการโค้งแบบครึ่งวงกลมซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ ตาวัว ค้างคาวและปากของกบ โดยทั้งหมดสามารถติดตั้งได้ในตำแหน่งต่างๆด้านบนของตัวบ้าน อาทิ หน้าจั่ว ด้านข้าง หรือแม้กระทั้งพื้นผิวของหลังคา

อย่างไรก็ดีการใช้ประโยชน์จากหลังคาแบบสกายไลท์นี้ควรเลือกทำเลที่ดีในการออกแบบและติดตั้งโดยคำนึงทิศทางเป็นหัวใจสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น หากผู้อยู่อาศัยต้องการแสงยามเช้าหรือแสงแรกของทุกวันควรติดตั้งสกายไลท์ไว้บริเวณทิศตะวันออก ขณะเดียวกันหากต้องการใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติให้เกิดคุ้มค่าในทุกวัน ตำแหน่งของสกายไลท์ควรวางอยู่ที่ทิศเหนือหรือทิศตะวันตก อย่างไรก็ตามนอกจากตำแหน่งของทิศทางที่ดี ปัญหาที่พบบ่อยครั้งคือความร้อนสะสมที่เข้ามากวนใจและเพิ่มความร้อนให้กับบรรยากาศภายในบ้านจนเกินไป ไม่เพียงเท่านั้นแสงจากหลังคาในแบบดังกล่าวยังไม่ตอบโจทย์การใช้งาน ฉะนั้นควรใช้เทคนิคการบังคับแสงและระบายความร้อนเข้ามาช่วย โดยประกอบไปด้วย

1.Light Shelf คือ การทำชั้นสะท้อนแสงโดยจะช่วยกระจายลำแสงและลดความร้อนจากรังสียูวีได้ดี

2. Light Well ในส่วนนี้คือการทำบ่อแสงเชื่อมโยงลงมาสู่มุมต่างๆด้านล่างคล้ายกับบ่อน้ำ เพื่อกระจายแสงและใช้ประโยชน์จากแสงให้เกิดความคุ้มค่า

3. Roof Monitor หรือ จอรับแสง สำหรับส่วนนี้จะปรับทิศทางของแสงให้หันไปยังทิศทางที่เราต้องการได้

นอกจากภาพรวมของบ้านที่ได้ประโยชน์จากการติดตั้งสกายไลท์ มุมห้องต่างๆ ภายในก็ได้รับผลพลอยได้ที่ดีเช่นกัน อาทิ ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ โถงกลาง และที่สำคัญคือห้องใต้หลังคาซึ่งนอกจากความส่องสว่าง ปลอดโปร่ง ยังสามารถรับชมวิวทิวทัศน์จากด้านบนของบ้านหรือต่อเติมเป็นระเบียงขนาดกะทัดรัดที่สามารถเปิด-ปิด บานกระจกได้อย่างสะดวกสบายมาปรับใช้สำหรับการพักผ่อนได้ดีอีกด้วย

ทั้งนี้ในต่างประเทศยังนิยมตกแต่งต้นไม้จากไม้ยืนต้นไว้ตรงทิศทางและตำแหน่งการวางของสกายไลท์เพื่อสร้างอารมณ์และความรู้สึกที่อบอุ่นในฤดูหนาว ขณะเดียวกันในฤดูร้อนก็สามารถป้องกันไอร้อนหรือแสงแดด ถือได้ว่าการติดตั้งและวางตำแหน่งของสกายไลน์ คือ แก่นสำคัญ เพราะสามารถสร้างความส่องสว่างที่ดีให้กับตัวบ้าน ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และทำให้ภาพรวมของบ้านดูสวยงาม สดใหม่ และสะอาดตาอยู่เสมอ

การดูแลรักษา

สำหรับการดูแลรักษาสกายไลท์นั้นควรหลีกเลี่ยงในเวลากลางวันหรือชาวงเวลาที่แดดร้อนเพราะอาจทำให้พื้นผิว อาทิ วงกบเกิดการชำรุดและเสื่อมสภาพได้ ขณะเดียวกันควรหมั่นตรวจสอบบานหน้าต่างโดยเฉพาะบานกระจกหลังฝนตกว่ามีร่องรอยการร้าวหรือเปล่าเพื่อดำเนินการซ่อมแซม เพราะถ้าหากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายสำหรับการอยู่อาศัยเนื่องจากอยู่ตำแหน่งที่สูง นอกจากนี้ควรดูลูกบิดและกลไกการเปิดให้เกิดความคล่องตัวและใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และปัจจัยสำคัญที่สุดคือหมั่นทำความสะอาดบริบทโดยรอบของหน้าต่างบนหลังคาทั้งวงกบและบานหน้าต่างเพื่อให้สกายไลท์พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา

บานหน้าต่างและของตกแต่ง

ด้านบานหน้าต่างของสกายไลท์ส่วนใหญ่และเกือบทั้งหมดเลือกใช้บานกระจกใสและวัสดุโปร่งแสงอย่าง พอลิคาร์บอเนต ในการออกแบบและตกแต่งเพราะโดดเด่นในเรื่องความสวยงาม ขณะเดียวกันยังคล่องตัวต่อการเปิดรับแสงจากภายนอกซึ่งนี่คือจุดเด่นและวัตถุประสงค์ของสกายไลท์ อย่างไรก็ดีสำหรับวงกบและโครงสร้างของหน้าต่างในลักษณะดังกล่าวส่วนใหญ่ทำจากไม้ อลูมินิเนียม และยืดโครงสร้างหลักด้วยอิฐเป็นแกนเนื่องจากเด่นชัดในเรื่องความแข็งแรง ทนทาน อีกทั้งยังสวยงามดูแลรักษาง่ายเพียงหมั่นทำความสะอาดและทาสีย้อมพื้นผิว อย่างไรก็ดีสำหรับรูปแบบสกายไลท์ในปัจจุบันในตลาดวัสดุก่อสร้างของไทยมีทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบที่ออกแบบตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยภาพรวมมุ่งเน้นความสวยงามและกลมกลืนกับโครงสร้างของเพดานและหลังคาที่ดูแล้วลงตัว

พร้อมกันนี้สำหรับบานหน้าต่างในปัจจุบันได้มีการเคลือบสารป้องกันยูวีมากยิ่งขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้อยู่อาศัย แม้จะมีราคาสูงแต่สามารถป้องกันไอร้อนและแสงแดดที่ดี ไม่เพียงเท่านั้นยังมีรูปทรงที่หลากหลายเช่น ทรงโดม ทรงพีระมิด โดยมาพร้อมกับระบบการติดตั้ง อาทิ ฐานรอง กรอบที่ออกแบบการป้องกันรั่วซึม รวมทั้งอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น พัดลมระบายความร้อน กลไกการเปิด-ปิดระบายอากาศทั้งแบบมือและระบบไฟฟ้า ที่สำคัญคือท่อนำแสงสำเร็จรูป

ไม่เพียงเท่านั้นผ้าม่านก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับของตกแต่งสกายไลท์ เพราะมีให้เลือกหลากหลายทั้งเนื้อผ้า โทนสีและประเภทของม่าน สามารถเพิ่มสีสันและสร้างความสวยงามของหน้าต่างบนหลังคาให้ดูโดดเด่น ใช้งานสะดวกสบายในการเปิดรับแสงอย่างเป็นส่วนตัว ตลอดจนทำให้ภาพรวมของสกายไลน์ดูกลมกลืนและเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้อย่างนุ่มลึก

อีกหนึ่งสัดส่วนที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับหน้าต่างบนหลังคาหรือสกายไลท์ คือ ขนาด ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าหากเลือกใช้บานหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่สามารถเพิ่มความส่องสว่างได้มากเช่นกัน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย เพราะถ้าหากเราเลือกใช้บานกระจกที่ไม่สมส่วนกับการรับแสงจะทำให้บรรยากาศภายในบ้านเกิดความร้อนอันนำมาสู่การทำงานหนักของเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ดังนั้นสัดส่วนของหน้าต่างในลักษณะนี้ที่ควรนำมาใช้เมื่อคิดพื้นที่และแบ่งเป็นห้องๆ ควรมีขนาดไม่เกินร้อยละ 10 ของพื้นที่ ขณะเดียวกันสำหรับการลาดเอียงควรมีอย่างน้อย 4:12 (ลาดลงมา 4 หน่วย ต่อระยะทาง12 หน่วย) เพื่อรองรับน้ำหนักและการไหลเทของแสงและน้ำให้เกิดความสมดุลสำหรับการใช้ประโยชน์

เทคโนโลยี “สกายไลท์”

สกายไลท์ ถูกนำมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากรูปแบบที่ใช้แรงผลักและดึงบานกระจก ปัจจุบันได้นำเอาระบบการเปิด-ปิด บานหน้าต่างแบบดิจิตอลมาปรับใช้ ซึ่งสามารถสั่งการผ่านรีโมทคอนโทรลหรือจอสัมผัสได้อย่างคล่องตัว โดยกลไกดังกล่าวเข้ามาสร้างสร้างความสะดวกสบายในการใช้งานโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ อีกทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยอย่างมิดชิดและที่สำคัญดูทันสมัย ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่ที่ช่างและผู้เชี่ยวชาญมุ่งเน้นการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้อย่างสร้างสรรค์

หลังคากระจกหน้าต่างบนหลังคา หรือ (Skylights) คาดว่าจะเติบโตและถูกนำเข้ามาใช้อย่างแพร่หลายในช่วงระยะเวลา 3 – 5 ปี ต่อจากนี้ เพราะนอกจากความสวยงาม ยังมีคุณประโยชน์ในแง่มุมที่หลากหลาย โดยเฉพาะมิติของการเปิดรับแสงจากธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้การอยู่อาศัยของทุกคนรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตร