ดาดฟ้า: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน | homify ดาดฟ้า: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน
Error: Cannot find module './CookieBanner' at eval (webpack:///./app/assets/javascripts/webpack/react-components_lazy_^\.\/.*$_namespace_object?:3644:12) at at process._tickCallback (internal/process/next_tick.js:189:7) at Function.Module.runMain (module.js:696:11) at startup (bootstrap_node.js:204:16) at bootstrap_node.js:625:3

ดาดฟ้า: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน

ระเบียงดาดฟ้า

ทำไมต้องเปลี่ยนดาดฟ้าหรือพื้นที่ว่างบนบ้านตึกแบบเดิมๆมาเป็นหลังคาระเบียงหรือระเบียงดาดฟ้า (Roof Terrace)?

งานออกแบบบ้านและที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเรามักจะได้เห็นไอเดียการออกแบบพื้นที่ใช้สอยรูปแบบใหม่ๆ ที่มาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนหรือปาร์ตี้สังสรรค์ ซึ่งเราเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆท่านคงชื่นชอบและอยากให้บ้านของตัวเองมีพื้นที่หรับใช้สอยกิจกรรมเหล่านี้ แต่ทีนี้จะทำอย่างไรหากบ้านของเรานั้นไม่ได้มีพื้นที่หรือบริเวณบ้านที่กว้างขวางมากพอจะออกแบบเป็นชานหรือระเบียงนั่งเล่นพักผ่อน หรืออย่างบางบ้านที่เป็นลักษณะของบ้านแถวแล้วจะเอาพื้นที่ตรงไหนมาเป็นที่จัดปาร์ตี้? เหล่านี้ล้วนเป็นข้อจำกัดที่ทำให้การออกแบบหลังคาระเบียง (Roof Terrace, Roof Garden) จะกลายมาเป็นพื้นที่ใหม่ของบ้านที่มีคุณค่าการใช้สอย ถูกใจบรรดาสายชิลล์และปาร์ตี้ที่ชื่นชอบพื้นที่พักผ่อนรับลมแบบสบายๆ

เรียกได้ว่าหลังคาระเบียงนั้นเป็นแนวทางการออกแบบของบ้านยุคโมเดิร์นอย่างแท้จริง สืบเนื่องจากเทคโนโลยีการก่อสร้างบ้านด้วยคอนกรีตและรูปแบบสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่มักออกแบบอาคารให้มีหลังคาลาดแบน (Flat Roof) ทำให้พื้นที่หลังคาที่แต่เดิมมีความลาดชันและมีฟังค์ชันการบังแดดบังฝนเพียงอย่างเดียว ได้กลายมาเป็นพื้นที่ผักผ่อนที่สามารถออกแบบให้มีที่นั่ง ที่ชมวิว มีมุมปิ้งย่างสังสรรค์หรือแม้กระทั่งเป็นพื้นที่สวนสีเขียวซึ่งช่วยทดแทนพื้นที่บริเวณบ้านจากข้อจำกัดทางด้านที่ดิน เป็นต้น นอกจากการที่เราจะได้ใช้พื้นที่บ้านได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้นแล้วนั้น หลังคาระเบียงยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนเมืองได้ประยุกต์ดัดแปลงพื้นที่สำหรับเป็นพื้นที่ทางเกษตรกรรมหรือที่เรียกว่า Urban Farming ซึ่งนับว่าเป็นเทรนด์การใช้ชีวิตแบบรักษ์โลกที่กำลังมาแรงในต่างประเทศ

ระเบียงดาดฟ้า (Roof Terrace) ก่อสร้างได้อย่างไร?

การออกแบบก่อสร้างหลังคาระเบียงหรือที่นั่งเล่นพักผ่อนบริเวณดาดฟ้าของบ้านนั้น มีประเด็นที่ต้องคำนึงถึงมากมายที่คุณควรรู้เพื่อจะได้ออกแบบและกำหนดรูปแบบให้ตรงกับพื้นที่และความต้องการ รวมถึงควบคุมและคุยกับผู้รับเหมาได้อย่างราบรื่น ซึ่งเราขอสรุปประเด็นทั้งหมดคร่าวๆได้ใจความดังนี้

- ก่อนอื่นเลยต้องสำรวจก่อนว่าพื้นที่บนดาดฟ้าบ้านคุณมีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับการจัดวางพื้นที่ใช้งานนั่งเล่นพักผ่อนหรือเหมาะสมสำหรับปลูกต้นไม้หรือไม่ ตำแหน่งของหลังคาดาดฟ้าที่จะทำเป็นระเบียงนั้นอยู่ในมุมอับลมหรือได้รับแสงแดดเพียงพอหรือไม่ รวมถึงอยู่ในตำแหน่งที่มุมมองสายตารบกวนความเป็นส่วนตัวของเพื่อนบ้านหรือไม่

- ต้องดูให้แน่ชัดว่าตัวโครงสร้างของบ้านนั้นสามารถรับน้ำหนักได้ดีหรือไม่ เป็นบ้านคอนกรีตหรือบ้านโครงสร้างเหล็ก เพื่อการออกแบบรับน้ำหนักหลังคาจะได้คำนวนได้ถูกต้องเหมาะสม หรือทางที่ดีคือไม่ควรจัดให้มีการใช้งานหรือวางสิ่งของที่หนักมากๆเช่นบ่อปลา หินขนาดใหญ่ หรือสระว่ายน้ำ เป็นต้น

- พอเรากำหนดได้แล้วว่าจะใช้งานเป็นพื้นที่สำหรับอะไร ก็ทำการปรึกษาสถาปนิกหรือนักออกแบบเพี่อจัดวางแปลนพื้นที่ ตรงไหนจะเป็นที่นั่งเล่น ตรงไหนจะเป็นเคาน์เตอร์หรือบาร์เล็กๆ ต้นไม้จะจัดวางตรงไหนให้ร่มรื่นและกรองความเป็นส่วนตัว หรือจะออกแบบหลังคาบังแดดอย่างไรให้ถูกทิศทาง เหล่านี้ล้วนเป้นรายละเอียดการออกแบบที่จำเป็นต้องใส่ใจไม่เพียงแต่จัดวางลงไปตามใจชอบ

- ขึ้นชื่อว่าเป็นหลังคาระเบียงซึ่งเป็นส่วนบนสุดของบ้านนั้น การป้องกันแดดฝนยังคงนับเป็นฟังก์ชันหลักเสมอ การออกแบบพื้นที่จึงต้องคำนึงถึงระบบระบายน้ำและกันซึมให้สามารถระบายน้ำฝนออกไปได้อย่างรวดเร็ว และไม่ควรมีอะไรอุดตันทางระบายน้ำเพราะจะทำให้น้ำเอ่อล้นและรั่วซึม ซึ่งจะเป็นปัญหาวุ่นวายที่ต้องแก้ภายหลังอีก

- จัดสรรเลือกใช้วัสดุสำหรับช่วงการก่อสร้างและการตกแต่งส่วนต่างๆ ซึ่งต้องคำนึงถึงความทนทานต่อการใช้งานและการทนทานต่อแดดลมฝน หากมีส่วนที่เป็นไม้ควรลดการใช้ไม้จริงเปลี่ยนเป็นใช้ไม้เทียมที่ประหยัดและทนทานกว่าหรืออาจมีส่วนของหลังคาช่วยปกคลุมกำบัง ส่วนของวัสดุเหล็กก็ควรมีการเคลือบกันสนิมให้ทั่วเพื่อความแข็งแรงและความทนทาน เช่นกันกับพืชพรรณก็ควรเป็นพืชพรรณที่ชอบแสงแดดจัดๆและทนฝน ก็จะทำให้เหมาะสมกับพื้นที่และไม่ต้องดูแลรักษามากนัก

วัสดุระบบกันซึมคือส่วนสำคัญที่ควรใส่ใจเลือกใช้

หลังคาแบบลาดแบน (Flat Roof) มีส่วนของงานระบบระบายน้ำและระบบกันซึมที่ต่างไปจากหลังคาบ้านแบบอื่นๆ ด้วยการระบายน้ำที่จะไหลผ่านพื้นลงไปยังท่อและออกสู่นอกบ้าน รวมถึงกรรมวิธีการก่อสร้างแบบหล่อในที่ซึ่งยากต่อการควบคุมรอยรั่วและช่องว่างของคอนกรีตขณะแข็งตัว ทำให้หลังคาแบบแบนเป็นลักษณะหลังคาที่มีโอกาสน้ำรั่วซึมมากที่สุด วิธีการแก้ไขปัญหาคือการใช้วัสดุพิเศษในการปิดและปกคลุมพื้นหลังคา ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากชนิดและราคาซึ่งทางเราได้รวบรวมมาให้แล้ว ดังนี้

1. กันซึม PVC มีอายุการใช้งานราว 15-30 ปี เป็นวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ทนทานสามารถกันรอยรั่วได้ดี โดยมักนิยมใช้สีขาวเพราะสามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดีและช่วยให้บ้านเย็นขึ้น ราคาค่าติดตั้งจะอยู่ที่ประมาณ 230-330 บาท/ตารางฟุต

2. กันซึมยาง EPDM เป็นยางสังเคราะห์ซึ่งมีความทนทานต่อการฉีกขาดได้ดีและทนต่อการกัดกร่อน ทำให้เป็นที่นิยมในการใช้กับงานภายนอก แต่มีข้อเสียคือกักเก็บความร้อนสะท้อนออกได้ไม่ดีเท่าที่ควร ราคาการติดตั้งจะอยู่ที่ 150-250 บาท/ตารางฟุต

3. กันซึม TPO เป็นวัสดุผสมระหว่างยางและพลาสติกซึ่งนิยมใช้ในงานกันซึมมากในยุโรป สามารถทนต่อสภาพอากาศและการฉีกขาดได้ดี มีอายุการใช้งานยาวนานมากถึง 5-20 ปี และยังสามารถนำมารีไซเคิลใหม่ได้ ราคาการติดตั้งจะอยู่ที่ 170-270 บาท/ตารางฟุต

4. การใช้วิธี Built Up Roofing (BUR) เป็นการสร้างชั้นพื้นผิวให้กับพื้นหลังคาอย่างน้อย 3 ชั้น โดยใช้วัสดุบิทูเมนเหลวผสมกับใยสังเคราะห์ซึ่งจะช่วยปกปิดรอยรั่วและรูพรุนได้ดี ทนต่อสภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดี และสะท้อนความร้อนได้ดีเช่นกัน ราคาค่าติดตั้งอยู่ที่ 170-250 บาท/ตารางฟุต

5. Silicon Spray วัสดุกันซึมชนิดฉีดพ่นซึ่งมีข้อดีคือสามารถปกปิดรอยต่อและรอยรั่วได้อย่างแนบสนิท มีความทนทานมากแต่มีข้อสเยคือราคาค่าติดตั้งที่ค่อนข้างสูง ราวๆ 200-300 บาท/ตารางฟุต

และนอกจากระบบกันซึมที่เราต้องใส่ใจแล้ว ภายหลังการก่อสร้างเสร็จสิ้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอีกอย่างคือพื้นที่ระเบียงบนดาดฟ้าที่เราก่อสร้างขึ้นมานี้จะต้องไม่รบกวนเพื่อนบ้านไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ทั้งเรื่องของมุมมองทางสายตาที่เราอาจจะเผลอมองออกไปเห็นบ้านของคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ ทางแก้คือการออกแบบส่วนของผนังกั้นซึ่งอาจใช้เป็นผนังสีเขียวที่สามารถปลูกต้นไม้ได้ นอกจากเรื่องความเป็นส่วนตัว พืชพรรณต้นไม้ต่างๆก็ควรจะดูแลรักษาไม่ให้มีกิ่งก้านยื่นล้ำเกินออกไปหรือมีเศษใบไม้ไปตกที่บ้านคนอื่น นอกเหนือจากเรื่องเหล่านี้ก็อาจหมายรวมถึงเรื่องของเสียงดังที่อาจเกิดการรบกวนเพื่อนบ้านเมื่อเราจัดปาร์ตี้สังสรรค์ขึ้น ยังไงก็ตามการทำบ้านของเราให้ดูดีน่าอยู่อาศัยก็ยังต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของสำนึกส่วนรวม เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ตลอดไป