ประตูในบ้าน: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน | homify ประตูในบ้าน: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน
Error: Cannot find module './CookieBanner' at eval (webpack:///./app/assets/javascripts/webpack/react-components_lazy_^\.\/.*$_namespace_object?:3644:12) at at process._tickCallback (internal/process/next_tick.js:189:7) at Function.Module.runMain (module.js:696:11) at startup (bootstrap_node.js:204:16) at bootstrap_node.js:625:3

ประตูในบ้าน: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน

ประตูในบ้าน

ลักษณะหน้าที่ของประตูในบ้านก็เป็นไปอย่างที่ชื่อบอกในตัว นั่นคือเป็นประตูที่ทำหน้าที่แบ่งกั้นพื้นที่และการเข้าถึงของห้องต่างๆที่อยู่ภายใน ซึ่งโดยทั่วไปหลายๆคนอาจคิดว่าวัสดุหรือลักษณะการออกแบบของประตูแต่ละบานที่ใช้ในบ้านนั้นไม่จำเป็นต้องแตกต่างกันก็ได้ แต่แท้ที่จริงแล้วประตูแต่ละส่วนที่กั้นห้องต่างๆนั้นก็ต้องการการออกแบบหรือวัสดุที่แตกต่างกันไปเพื่อให้สามารถสนองต่อการใช้งานที่แตกต่างกันของพื้นที่แต่ละส่วนได้อย่างเหมาะสม

ยกตัวอย่างเช่นห้องน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่หนึ่งของบ้านที่มีการใช้งานหนักและมีเรื่องของความชื้นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้วัสดุและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับห้องน้ำต้องเป็นวัสดุที่สามารถทนทานต่อความชื้นได้ดี ส่วนของประตูก็เช่นกันที่มักไม่นิยมใช้เป็นประตูไม้จริงเนื่องจากเสี่ยงต่อการโดนความชื้นทำลายเนื้อไม้ หรืออีกห้องหนึ่งคือห้องนอน ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านที่ต้องการบรรยากาศที่เงียบสงบเพื่อการพักผ่อน ดังนั้นส่วนของประตูจึงควรเลือกใช้เป็นประตูบานทึบที่ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี เป็นต้น

รูปแบบต่างๆของประตูในบ้าน

จากที่เราเกริ่นกันไปบ้างแล้วว่าประตูที่ใช้ในบ้านเรานั้นควรเลือกใช้ให้หลากหลายและเหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอยส่วนต่างๆ ลองมาดูกันว่ามีประตูกี่แบบที่เรานิยมใช้กันบ้าง

1. ประตูบานพับทั่วไป (Passage Door) เป็นลักษณะประตูแบบทั่วไปที่สามารถใช้ได้กับห้องแทบทุกส่วนในบ้าน มีลักษณะเป็นประตูบานพับทั้งบานเดี่ยวและบานคู่ขึ้นอยู่กับความต้องการการใช้งานพื้นที่ในการเปิดหรือการเข้าถึง ส่วนมากมักเป็นวัสดุไม้ เหล็ก หรือพีวีซีซึ่งจะมีราคาที่แตกต่างกันไปตามขนาดและความสวยงาม โดยเริ่มต้นที่ 1,000-15,000 บาท เลยทีเดียว

2. ประตูบานเกล็ด (Louver Door) มีลักษณะของบานประตุแบบโปร่ง กล่าวคือมีการออกแบบช่องเปิดบานเกล็ดแบบยึดติดแน่นเป็นซี่ๆ ทำให้มีช่องว่างที่อากาศสามารถไหลผ่านและถ่ายเทได้ดี มักนิยมใช้กับห้องน้ำและห้องครัวเพื่อระบายกลิ่นและความอับชื้น โดยการติดตั้งประตูจำเป็นต้องหันทิศทางของบานเกล็ดให้ถูกต้องเพื่อการปิดและกรองการมองเห็นจากภายนอกสู่ภายใน ราคาค่าติดตั้งจะอยู่ที่ประมาณ 1,600-2,500 บาท ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้

3. ประตูบานเลื่อน (Sliding Door) มีลักษณะการเปิดของประตูที่ช่วยให้สามารถประหยัดพื้นที่ห้องได้ดี มักนิยมใช้กับห้องนั่งเล่นหรือพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องมีการปกปิดการเข้าถึงมากนัก หรือใช้กับประตูของห้องแต่งตัวและตู้เสื้อผ้าเพื่อการประหยัดพื้นที่ใช้สอย โดยราคาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราว 2,000-10,000 บาทขึ้นอยู่กับขนาดและวัสดุ

4. ประตูบานเฟี้ยม (Bifold Door) เปิดประตูที่มีการเปิดปิดของบานประตูแต่ละบานแบบพับทบกันตามรางของประตู มีข้อดีที่การประหยัดเนื้อที่บ้านและเหมาะกับการติดตั้งบริเวณระเบียงหรือชานบ้านเพื่อเปิดรับมุมมอง มีข้อเสียคือเป็นประตูที่เมื่อใช้งานไปนานๆแล้วง่ายต่อการพังหรือเสีย อาจต้องทำการดูแลรักษาหรือใช้เปิดปิดอย่างระมัดระวัง ราคาของประตูบานเฟี้ยมจะประมาณ 4,000-6,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดความกว้างของช่องเปิดที่ต้องการ

5. ประตูลูกฟักกระจก (French Door) มีลักษณะเป็นบานประตูแบบโปร่งแสงเพราะมีการออกแบบลูกฟักเป็นกระจกใส ทำให้ช่วยลดความอึดอัดและความทึบตันของบานประตู เหมาะกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นและพื้นที่ระเบียงซึ่งสามารถเปิดมุมมองสู่พื้นที่ภายนอกบ้านและทำให้บ้านได้รับแสงสว่างได้ดี มีราคาที่ค่อนข้างจับต้องได้ อยู่ที่ 2,500-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนของช่องเปิดและวัสดุ

6. ประตูบานเลื่อนแบบฝั่งตัวในผนัง (Pocket Door) เป็นประตูที่มีรูปลักษณ์ภายนอกเผินๆดูเหมือนกับประตูแบบทั่วไป แต่ลักษณะการติดตั้งจะเป็นประตูบานเลื่อนที่เมื่อเลื่อนเปิดจะฝังตัวไปในผนัง มีข้อดีคือช่วยประหยัดพื้นที่ห้องและให้รูปลักษณ์ที่สวยงามโมเดิร์น การติดตั้งประตูชนิดนี้จำเป็นต้องมีการออกแบบโครงคร่าวผนังเป็นพิเศษต่างจากการติดตั้งประตูรูปแบบอื่นๆ ราคาค่าติดตั้งจะอยู่ที่ 10,000-20,000 บาท

วัสดุของบานประตูในบ้าน

1. บานประตูแบบภายในกลวงโปร่ง (Hallow Core) บานประตูชนิดนี้จะมีลักษณะเนื้อประตูภายในที่กลวงหรืออาจมีโครงสร้างแบบกึ่งทึบกึ่งโปร่งซึ่งจะทำให้บานประตูแข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยมากมักทำจากวัสดุพีวีซี ลามิเนตหรือไฟเบอร์กลาสที่มีน้ำหนักเบา ข้อดีคือมีราคาที่ไม่แพงมากนักและสามารถประยุกต์กับห้องได้หลากหลาย ข้อเสียคือไม่แข็งแรงและป้องกันความร้อนหรือเสียงได้ไม่ดีเท่าประตูวัสดุอื่นๆ

2. บานประตูแบบภายในทึบ (Solid Core) มีลักษณะของเนื้อประตูภายในที่ทึบตัน มีน้ำหนักและความแข็งแรงมากกว่าประตูแบบกลวง โดยอาจผลิตจากวัสดุชนิดเดียวกันทั้งบานเช่นไฟเบอร์กลาส พีวีซี เหล็กเป็นต้น หรือภายในอาจมีการบุด้วยวัสดุชนิดอื่นๆผสมเช่นไฟเบอร์กลาสเพื่อลดความทึบตันและทำให้ประตูเบาขึ้น หรืออาจมีการบุภายในด้วยฉนวนเพื่อช่วยป้องกันความร้อนและลดการสูญเสียอุณหภูมิ

3. บานประตูไม้จริง (Solid Wood) เป็นวัสดุประตูจากไม้ธรรมชาติที่มีผิวสัมผัสและรูปลักษณ์สวยงาม มีข้อดีคือความแข็งแรงของเนื้อวัสดุและความสวยงามของผิวสัมผัส ข้อเสียคือมีราคาแพงและจำเป็นต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ ทั้งทาสีเคลือบกันความชื้นและกันแมลง รวมถึงยังเป็นวัสดุที่ติดไฟอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบ้านได้

อุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นและเกี่ยวข้อง

นอกจากลักษณะการออกแบบและการใช้สอยของบานประตูในบ้านแต่ละแบบ ยังมีอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องซึ่งจะช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือลูกบิดประตูและตัวล็อคชนิดต่างๆ ซึ่งหากเป็นประตูภายในบ้าน ส่วนใหญ่แล้วพื้นที่ต่างๆที่มีการใช้งานส่วนรวมเช่นห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร มักใช้เพียงมือจับในการเลื่อนเปิดหรือปิด หรือหากต้องการให้ปิดล็อคแน่นหนาอาจมีการติดตั้งกลอนประตูเพิ่มเติมได้เช่นกัน แต่ในส่วนของห้องหรือพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเช่นห้องนอน ห้องน้ำ อาจต้องเพิ่มลูกบิดประตูหรือตัวล็อคที่มีความแน่นหนาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย

ส่วนที่เป็นประตูที่เปิดเชื่อมออกไปยังพื้นที่ชานหรือระเบียงก็ต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษเช่นเดียวกัน หากบานประตูที่เปิดออกไปมีกระจกเป็นส่วนประกอบก็ควรที่จะเลือกใช้กระจกนิรภัยซึ่งนากต่อการทุบให้แตก และควรเลือกใช้เป็นกระจกชนิดฝ้าซึ่งช่วยกรองมุมมองไม่ให้สามารถมองเห็นได้จากภายนอกบ้าน ซึ่งในปัจจุบันนั้นอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมีให้เลือกใช้หลากหลายตามวัตถุประสงค์ วัสดุและความสวยงาม โดยคุณสามารถปรึกษานักออกแบบภายใน บริษัทรับเหมาก่อสร้าง หรือร้านค้าผลิตภัณฑ์ประตูซึ่งเชี่ยวชาญและรู้จริงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ได้ตรงตามลักษณะการใช้งานและงบประมาณอย่างเหมาะสมนั่นเอง