ห้องนอน: ไอเดีย แรงบันดาลใจและรูปภาพการออกแบบตกแต่งภายใน

  1. ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
    ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
  2. ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
    ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
  3. ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
    ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
  4. ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?
    ต้องการความช่วยเหลือในการสร้างบ้านของคุณ?

ส่วนที่สำคัญที่สุดอีกส่วนหนึ่งของบ้านที่เราจะหลงลืมไม่ได้ก็คือ ห้องนอน ห้องที่เราใช้เป็นที่พักผ่อนนอนหลับ หรือทำกิจกรรมอันแสนผ่อนคลายอื่นๆที่เราชอบจนสามารถพูดได้ว่าเป็นพื้นที่ที่เราใช้เวลามากที่สุดส่วนหนึ่งในบ้าน แต่กว่าจะเป็นห้องนอนที่สมบูรณ์ใช้งานได้ดี ตอบรับกับการใช้ชีวิตของเจ้าของนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนห้องหรือส่วนอื่นๆของบ้าน แต่แน่นอนว่าก็ไม่ยากเกินกว่าความสามารถของคุณแน่นอน จะออกแบบห้องนอนให้น่านอนน่าใช้งานเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราและยังเข้ากับบ้านและส่วนอื่นๆด้วยได้อย่างไรนั้น ลองไปดูรายละเอียดกันดีกว่า

ทิศทางและที่ตั้งของห้องนอน

ห้องนอนนั้นเป็นที่พักผ่อนที่เราต้องใช้หลับนอนกว่า 1 ใน 3 ของวัน ชีวิตของเราคงดำเนินไปอย่างมีคุณภาพไม่ได้หากเราไม่ได้พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มที่ การออกแบบห้องนอนให้เหมาะกับการพักผ่อน ไร้ซึ่งสิ่งรบกวนจึงต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ก่อนอื่น เราต้องดูทิศทางที่ตั้งของบ้านและห้องนอนของเราว่าตั้งอยู่ทางทิศไหน เวลานอนเราหันศีรษะไปทางใด ทิศแดดตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนตกนั้นเป็นแบบไหน ทิศที่ดีแน่นอนว่าหัวนอนของคุณควรหันไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดควรส่องเข้าห้องในปริมาณที่พอดี (ทั้งนี้ หากใครที่ใช้ชีวิตตอนกลางคืนเป็นหลักก็สามารถปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตของคุณ) อีกทั้งห้องนอนของคุณไม่ควรถูกแดดส่องในช่วงบ่าย เพราะห้องนอนนั้นจะกักความร้อนตลอดบ่ายเอาไว้ ทำให้ร้อนจนเกินกว่าจะนอนได้ ทำให้คุณต้องเปิดเครื่องปรับอากาศมากกว่าปกติเกินความจำเป็น  

เรื่องการหันเตียงนอนมีศาสตร์เรื่องของฮวงจุ้ยให้ศึกษามากมาย คุณสามารถปรับหลักของฮวงจุ้ยให้เข้ากับบ้านเพื่อส่งเสริมให้ห้องนอนของคุณออกมาดีที่สุด

นอกจากเรื่องของทิศที่ตั้งตามธรรมชาติแล้ว ห้องนอนของคุณควรตั้งอยู่ในจุดที่สงบไร้สิ่งรบกวนภายนอก ยกตัวอย่างเช่นหากคุณอยู่บ้านจัดสรรในหมู่บ้าน คุณควรดูสภาพแวดล้อมในจุดที่ตั้งของห้องนอนของคุณว่าเป็นอย่างไร ตั้งหันไปทางทิศหรือมุมไหนของบ้านข้างๆ หรือหากบ้านของคุณอยู่ติดริมถนนใหญ่ ก็ควรจัดห้องนอนให้ไกลจากความวุ่นวายภายนอกให้มากที่สุด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ คุณสามารถจัดการกับประตูและหน้าต่างที่แน่นหนาสามารถซับเสียงจากภายนอกหรือแม้กระทั่งผ้าม่านบางชนิดที่สามารถกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ด้วยเช่นกัน

ขนาดของห้องนอน

ขนาดของห้องนอนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราควรคำนึงถึง คุณอาจจะเคยเห็นผ่านตามามากมายกับแบบห้องนอนแบบต่างๆ ตั้งแต่ห้องนอนกว้างขวางครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งโทรทัศน์ มุมนั่งเล่น โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้าและอื่นๆ หรือกับห้องนอนบางแบบที่มีเพียงเตียงนอนและโคมไฟเล็กที่พอเพียงกับการนอนเท่านั้น คุณสามารถเลือกจัดขนาดห้องนอนให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตได้เช่นกัน เช่นบางคนไม่ชอบใช้ห้องนอนเป็นห้องทำงานเพราะอยากแยกห้องให้เป็นสัดส่วนไม่ปะปนกัน ห้องนอนแบบนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ ให้สำหรับวางเตียงนอนหรือตู้เก็บของขนาดกะทัดรัดก็เพียงพอแล้ว หรือหากคุณชอบให้ทุกอย่างอยู่ในที่เดียวก็จัดขนาดของห้องนอนให้ใหญ่พร้อมรองรับทุกสิ่งได้อย่างไม่แออัดจนเกินไป

ระบบไฟที่ใช้ในห้องนอน

เมื่อเป็นห้องนอนแล้ว การใช้งานหลักย่อมต้องเป็นการหลับนอนพักผ่อน ระบบไฟที่ใช้ในห้องนอนจึงไม่จำเป็นต้องให้ความสว่างมากนัก คุณสามารถเลือกโทนสีของหลอดไฟและกำลังไฟวัตต์ให้มีความสว่างให้เข้ากับความต้องการ ทั้งนี้เรื่องไฟนั้นอาจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปหากเป็นห้องนอนเด็ก คุณสามารถวัดความสว่างของห้องนอนโดยรวมได้ด้วยแอพพลิเคชั่นบางชนิดหากคุณไม่มีเครื่องมือวัดจริงจัง สิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกเรื่องหนึ่งคือปุ่มกดปิดเปิดไฟที่หัวเตียงที่คุณสามารถเอื้อมแขนไปปิดสวิทช์ได้โดยไม่ต้องลุกจากเตียงเมื่อคุณรู้สึกง่วงพร้อมจะหลับ

ทำอย่างไรให้ห้องนอนดูกว้าง ดูโปร่งมากขึ้น

นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสามัญที่หลายคนมักจะพบเจอก็คือห้องนอนที่มีขนาดคับแคบ ดูอึดอัด รู้สึกคับแคบ ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุตั้งแต่ขนาดของห้องที่มีขนาดเล็ก ข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ในห้องนอนมากเกินไป เพดานเตี้ยเกินไปกว่าที่ควรจะเป็น หรือเป็นห้องนอนที่มีสมาชิกในบ้านใช้งานร่วมกันหลายคน อย่างไรก็ตามเราลองมาแก้ปัญหาด้วยวิธีง่ายๆ ช่วยให้ห้องนอนของคุณดูกว้างขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นวิธีง่ายๆที่คุณมองข้ามไปก็ได้

แก้ปัญหาห้องนอนคับแคบด้วยลูกเล่นทางสายตา

สิ่งที่เรามองเห็นย่อมส่งผลต่อความรู้สึกของเรา แน่นอนว่าเมื่อห้องนอนนั้นคับแคบเพราะขนาดห้องนั้นเล็กหรือมีข้าวของในห้องมากแต่เราจำเป็นต้องใช้ของเหล่านั้น การแก้ไขคงเป็นไปได้ยาก ทั้งเรื่องขนาดห้องที่ยากต่อการขยับขยาย การบังหรือพรางหรือสร้างลูกเล่นทางสายตาอาจจะช่วยคุณได้ เราลองมาดูวิธีต่างๆตามลิสต์ข้างล่างกันดีกว่า

1. เริ่มต้นคือเก็บข้าวของ อุปกรณ์ของใช้ที่ไม่จำเป็นออกจากห้องนอนให้มากที่สุด ทำห้องให้โปร่งโล่งมากที่สุดคือขั้นตอนง่ายๆที่สามารถเริ่มได้เลย

2. หากไม่สามารถเคลียร์ของออกจากห้องได้จริงๆเพราะพื้นที่ด้านนอกก็จำกัดเช่นเดียวกัน อาจลองหากล่องหรือมุมห้องด้านใดด้านหนึ่งซ่อนของเหล่านั้นให้พ้นจากสายตา

3. ติดผ้าม่านตั้งแต่เพดานจรดพื้นห้อง กำจัดเส้นสายที่ไม่จำเป็นบนผนังจะช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้น

4. การทำห้องให้สว่างมากที่สุด อาจจะด้วยการติดม่านหรือใช้เครื่องนอน ตั้งแต่ผ้าปูที่นอนหรือปลอกหมอนสีขาวหรือสีสว่างที่จะช่วยให้ห้องดูกว้างโปร่งมากกว่าสีดำหรือสีมืดทึบทั้งหลาย

5. เมื่อขนาดของห้องนอนของคุณนั้นมีขนาดเล็ก ลองติดกระจกหลายบานช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นให้คำนึงถึงหลักฮวงจุ้ยที่ว่าห้ามติดกระจกที่ปลายเตียงนอน เพราะอาจทำให้นอนไม่หลับเนื่องจากสายตาเราไม่สงบนิ่งหรือข้อห้ามอื่นๆที่คุณควรตรวจสอบก่อนการติดตั้ง แต่รับรองได้ว่าการมีกระจกสักบานในห้องจะช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้นแน่นอน

6. เลือกไฟในห้องนอนให้เหมาะสมกับการใช้งาน การใช้ไฟที่สว่างและมีโทนสีขาวจะทำห้องนอนดูกว้างมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณควรตรวจสอบความสว่างนั้นให้เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ให้สว่างมากจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้คุณนอนไม่หลับเพราะร่างกายได้รับแสงสว่างจนตื่นตัวจนอาจทำให้คุณนอนไม่หลับ

ข้าวของในห้องนอนเยอะ ควรจะจัดเก็บอย่างไรดี?

พูดง่ายแต่ทำยาก นั่นก็คือการเคลียร์ของที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ปัญหานี้ไม่เพียงแต่วุ่นวายในห้องนอนเท่านั้น แต่เป็นกับทุกส่วนของบ้าน (ฉะนั้นคุณสามารถปรับวิธีและข้อแนะนำนี้กับส่วนอื่นๆของบ้านที่มีปัญหาเดียวกันได้เลย) คุณอาจจะเสียดายไม่กล้าทิ้ง รู้สึกว่าอะไรก็มีประโยชน์ไปหมด หรือเป็นพวกช่างเก็บ ไม่กล้าทิ้งของอะไรใดๆทั้งนั้น ฉะนั้นเราต้องปรับนิสัยในส่วนนี้ก่อนเป็นอย่างแรกแล้วค่อยๆเคลียร์ของที่คุณไม่ได้ใช้งานในชีวิตทิ้งไป ของจำพวกไหนที่ยังจำเป็นอยู่แต่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ คุณก็สามารถจัดเก็บลงกล่องหรือจัดให้เป็นหมวดหมู่เป็นที่เป็นทาง แล้วสำหรับห้องนอนละ พอจะมีที่ทางให้เก็บของได้อย่างไรบ้าง เราลองมาดูตัวอย่างน่าสนใจด้านล่างนี้กันเลย

1. จุดแรกที่สำคัญที่สุดในห้องนอน นั่นก็คือใต้เตียงนั่นเอง พื้นที่ใต้เตียงนั้นเป็นพื้นที่ที่คนอาจจะมองข้ามไป อย่ากระนั้นเลยพื้นที่ว่างสามัญที่ไม่ว่าห้องนอนไหนก็ต้องมีแบบนี้เรามาใช้ให้เกิดประโยชน์ดีกว่า คุณอาจจะจัดข้าวของที่ยังอยากเก็บรักษาไว้แต่ทว่าไม่ค่อยได้ใช้ใส่กล่องเรียงให้เป็นระเบียบพร้อมกับแปะป้ายบอกถึงสิ่งของภายในกล่องนั้น เวลารื้อค้นก็จะสะดวกง่ายดายมากขึ้น แต่การเก็บของใต้เตียงนั้น อยากให้หลายๆคนคำนึงถึงความสะอาดและการถ่ายเทอากาศด้วย มิฉะนั้นแล้วพื้นที่ใต้เตียงอาจจะสกปรก เหม็นอับ ทำให้การนอนของคุณไม่ถูกสุขลักษณะไปด้วย

2. หัวเตียงนั้นเป็นอีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์สามัญที่ไม่ว่าใครก็ต้องคุ้นชินกันอยู่แล้ว ทุกห้องนอนต้องมีไว้สำหรับวางของ วางหนังสือ วางโคมไฟหัวเตียง หรือแม้กระทั่งวางรีโมทเครื่องปรับอากาศหรือรีโมทโทรทัศน์ หัวเตียงนั้นมีหลายแบบ คุณสามารถเลือกแบบที่มีลิ้นชักหรือกล่องเก็บของไว้เก็บสิ่งของอย่างอื่นได้

3. ชั้นลอยบนผนัง อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่เราพบได้บ่อยๆในห้องนอนก็คือชั้นลอยหรือชั้นตั้งพื้น คุณสามารถเก็บสิ่งของ หนังสือหรือของตกแต่งอื่นๆให้ออกมาดูสวยงาม นอกจากห้องจะเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังถือเป็นการแต่งห้องนอนของคุณไปในตัวด้วย คุณสามารถเลือกใช้ได้ทั้งชั้นที่มีบานปิดหรือบานกระจกปิดกันฝุ่นหรือชั้นลอยแบบไม่มีบานปิดก็ได้ แต่คุณอาจต้องทำความสะอาดและปัดฝุ่นบ่อยครั้งขึ้น

4. ตู้เก็บของ เมื่อมีชั้นลอยหรือชั้นตั้งพื้นวางของแล้ว ก็ต้องเป็นตู้เก็บของที่เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเยี่ยมสำหรับการเก็บของต่างๆในห้องนอน ตู้เก็บของนั้นคุณสามารถเลือกให้เข้ากับสไตล์และรูปแบบของเตียงนอนรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆในห้องนอนให้มีสไตล์ที่เข้ากัน ไม่หลุดหนีกันมากนักเพื่อให้ภาพรวมของห้องนอนนั้นยังดูดีอยู่ แต่ที่สำคัญ ควรคำนึงถึงเสมอว่าห้องนอนของคุณนั้นควรว่างโล่ง โปร่งสบายมีของเท่าที่จำเป็นจึงจะเป็นห้องนอนที่นอนสบาย ดูแล้วสบายตา เห็นสบายใจมากที่สุดนั่นเอง

ทำอย่างไรให้นอนหลับสนิท ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในห้องนอนของคุณ

มีห้องนอนที่ดี รู้สึกน่านอนน่าพักผ่อน ดูกว้างขวางแล้ว คุณอาจจะกำลังคิดว่า ยังสามารถทำอะไรให้การพักผ่อนของคุณนั้นดีสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีก ในเมื่อเราปรับห้องนอนและสภาพแวดล้อมให้น่านอนไปหมดทุกส่วนแล้ว เราลองมาดูอะไรที่ใกล้ตัวคุณมากขึ้น หรือจะพูดง่ายๆก็คือมาดูที่ร่างกายและประสาทสัมผัสตอนนอนกันดีกว่า หลายคนนึกไปถึงว่า “ประสาทสัมผัส” เราจะไปสัมผัสอะไรกันมากมายในเมื่อนอนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่แล้ว อย่างเพิ่งมองข้ามไป ปัจจับเหล่านี้จำเป็นทั้งก่อนที่คุณจะนอน ระหว่างที่คุณหลับสนิทรวมไปถึงตอนที่คุณตื่นนอนตอนเช้าอีกด้วย นอกจากเรื่องประสาทสัมผัสแล้ว ยังมีเรื่องที่ใกล้ตัวหลายเรื่องที่เรายังสามารถปรับเปลี่ยนได้ เพื่อให้การหลับนอนพักผ่อนของคุณเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด

1. เสียงในห้องนอน แน่นอนว่าการนอนพักผ่อนนั้นต้องเป็นห้องนอนที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงรบกวน หลายคนจึงมักจะทำห้องนอนให้เงียบที่สุด แต่หากคุณหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆเพราะว่าห้องนอนของคุณนั้นยังมีเสียงรบกวนเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากถนน เสียงเพื่อนบ้าน เสียงกรนจากคนข้างๆ หรือเสียงรบกวนใดๆก็ตาม คุณอาจหาที่อุดหูมาใส่ก่อนนอน หรือหาลำโพง ระบบเสียงที่สามารถเปิดเสียงบรรยากาศผ่อนคลายแผ่วเบากลบเสียงรบกวนเหล่านั้น

2. ห้องนอนที่มืดสนิทคือสภาพแวดล้อมที่จะทำให้คุณและร่างกายของคุณรู้สึกได้ถึงการพักผ่อนอย่างแม้จริง ห้องนั้นควรมืดสนิทจริงๆเมื่อคุณปิดไฟ ม่านกันแสงและกันยูวีจะช่วยกันแสงจากภายนอกให้ห้องนั้นมืดสนิท หากยังพอมีแสงอยู่บ้างจนรบกวนดวงตาของคุณ อาจลองใช้ที่ปิดตาร่วมด้วยเพื่อให้คุณได้นอนหลับสนิทไม่มีแสงรบกวน

3. กลิ่นในห้องนอน ประสาทสัมผัสทางการได้ยินไปแล้ว ทางการมองเห็นไปแล้ว คราวนี้มาถึงเรื่องการดมกลิ่น ฟังดูอาจไม่เกี่ยวข้องกับการหลับนอนพักผ่อนเสียเท่าไร แต่การทำห้องนอนของคุณให้มีกลิ่นและบรรยากาศผ่อนคลาย รู้สึกสบายแล้ว ก็จะทำให้คุณพักผ่อนได้ดียิ่งขึ้น เราอาจเริ่มจากการใช้เทียนหอมง่ายๆที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป จุดก่อนที่คุณจะนอนสักครู่ หรือการใช้น้ำมันหอมกับตะเกียงหอมระเหยก็ได้ หรือถ้าคุณไม่อยากยุ่งยากในการต้องจัดเตรียมหรือคอยดับเทียน ดับไฟในตะเกียงให้ยุ่งยาก คุณอาจลองหาก้านหอมระเหยที่ไม่ต้องจัดการอะไรมาก เพียงจัดหามาตั้งไว้ในห้องนอน ก้านหอมระเหยจะค่อยส่งกลิ่นอ่อนๆที่คุณชื่อนชอบออกมา เตรียมห้องให้หอมผ่อนคลายรู้สึกได้ทันทีที่คุณก้าวเข้าไปในห้องนอนของคุณ

4. ไร้ซึ่งอุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์ นับเป็นเรื่องยากที่หลีกเลี่ยงได้ลำบากกันเลยทีเดียวเมื่อเราต้องพูดกันถึงเรื่องของอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ที่อยู่ในห้องนอน หรืออยู่ใกล้ๆเราในขณะที่เรานอนหลับ ด้วยชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายแต่เมื่อเราจะนอนหลับพักผ่อนทั้งที ลองผ่อนคลายสายตาของคุณก่อนนอนสักนิด ลองงดใช้โทรศัพท์ให้น้อยลงและเมื่อพร้อมจะนอน อยากให้คุณลองนำอุปกรณ์อิเลกทรอนิคส์ทุกสิ่งอย่างออกห่างจากเตียงของคุณให้มากที่สุด 8 ชั่วโมงที่คุณนอนพักผ่อน (หรือสำหรับบางคนอาจจะนานหรือน้อยกว่านั้น) ก็จะปลอดจากคลื่นแม่เหล็ก คลื่นไฟฟ้าที่จะมารบกวนสมองของคุณได้

5. หนังสือ บางคนอาจต้องการกิจกรรมอะไรบางอย่างก่อนนอน ไม่เช่นนั้นแล้วจะนอนไม่หลับ หากไม่ให้ใช้โทรศัพท์ ดูทีวี ดูคลิปจากแท็บเล็ตแล้ว เราควรจะทำอะไรดี ลองหันมาอ่านหนังสือ เรื่องราวสบายๆง่ายๆ ที่อ่านแล้วผ่อนคลายส่งให้คุณนอนหลับน่าจะดีกว่า ตัวเลือกที่ดีที่สุด แทนอุปกรณ์อิเลกทรอนิคส์ได้สบายๆ




ในอื่น ๆ ยัง homify อยู่ที่นี่ให้บริการ:
บ้านของผู้เชี่ยวชาญ ’ให้คำปรึกษาฟรี’ | ถิ่นที่อยู่ของรายการผู้เชี่ยวชาญ | รายการผลิตภัณฑ์ตกแต่งภายใน