ห้องเด็กอ่อน: รูปภาพ ไอเดียและแรงบันดาลใจสำหรับ | homify ห้องเด็กอ่อน: รูปภาพ ไอเดียและแรงบันดาลใจสำหรับ
Error: Cannot find module './CookieBanner' at eval (webpack:///./app/assets/javascripts/webpack/react-components_lazy_^\.\/.*$_namespace_object?:3688:12) at at process._tickCallback (internal/process/next_tick.js:189:7) at Function.Module.runMain (module.js:696:11) at startup (bootstrap_node.js:204:16) at bootstrap_node.js:625:3

ห้องเด็กอ่อน: รูปภาพ ไอเดียและแรงบันดาลใจสำหรับ

ห้องนอนเด็ก

หากคุณวางแผนที่จะเตรียมห้องให้สำหรับเจ้าตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก สิ่งสำคัญในห้องเด็กนั้นจะต้องมีอะไรบ้าง หากยังไม่แน่ใจเราจะมาไขข้อข้องใจกัน

ห้องนอนของเด็กทารกหากเราต้องการที่จะแยกออกเป็นสัดส่วนควรเตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะเผลอแป๊บเดียวก็ครบ 9 เดือนแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นคุณอาจจะเตรียมตัวไม่ทันเลยทีเดียว อันดับแรกอาจจะวางแผนง่ายๆ ก่อน เช่น จัดห้องนอนเด็กสำหรับเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงจะได้เลือกโทนสีของห้องได้เหมาะสม จะใช้ห้องไหนหรือมุมไหนของของตัวบ้านทำเป็นห้องเนสเซอรี และวางแผนการซื้อเฟอร์นิเจอร์ เปลและเตียงสำหรับห้องเด็กนี้ด้วย

ข้อควรรู้ในการออกแบบห้องเด็กทารก/ห้องเนสเซอรี

การออกแบบและสไตล์ แน่นอนว่าห้องทุกห้องในบ้านมีความสำคัญ แม้ว่าเด็กจะยังเล็กและไม่รู้เรื่องแต่เราก็ตกแต่งห้องเด็กให้สวยงามตามสไตล์ของบ้านหรือตามสไตล์ที่เราชอบก็ได้ เช่น บ้านสมัยใหม่หรือคอนโดฯ อาจจะตกแต่งสไตล์ในโมเดิร์น หากเป็นบ้านเท่ๆ ก็ตกแต่งง่ายๆ สไตล์รัสติกก็สวย ใครที่ชอบแนวฝรั่งก็อาจจะลองคุมโทนและใช้เฟอร์นิเจอร์แบบสแกนดิเนเวียนก็ดี หรือจะตกแต่งไว้เอาใจเจ้าตัวเล็กด้วยธีมการ์ตูนที่มีสีสันสดใสก็น่าสนใจไม่น้อย

อายุของเด็กทารก เด็กในช่วงวัยต่างๆ ก็มีความจำเป็นในการใช้ของที่แตกต่างกันออกไป เมื่อแรกเกิดอาจจะไม่ต้องการพื้นที่มาก แต่พอเด็กโตขึ้นก็ต้องเอาของที่ไม่จำเป็นออก และนำตู้หรือกล่องสำหรับเก็บของเล่นเข้ามาแทนที่ โดยเด็กแต่ละช่วงมักจะต้องใช้ของต่างๆ ดังนี้

อายุ 0-6 เดือน

ช่วง 6 เดือนแรกถือเป็นช่วงสำคัญเลยทีเดียว พ่อแม่มือใหม่ควรจะวางแผนต้อนรับเจ้าตัวน้อยไว้ล่วงหน้า ของที่ต้องใช้ในช่วงนี้ก็หนีไม่พ้นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณแม่เลี้ยงดูเจ้าตัวเล็กได้สะดวก อย่างเช่น หมอนให้นมที่มีหลายแบบให้เลือก และผ้าห่มสำหรับห่อตัว

ส่วนเปลเด็กและคอกเด็ก ไว้สำหรับให้เด็กนอนมีหลากหลายดีไซน์ เปลเด็กจะมีขนาดเล็กกว่าและเคลื่อนย้ายได้ง่าย ส่วนคอกเด็กแม้จะใหญ่แต่ก็ใช้ได้ยาวๆ หากมีงบประมาณจำกัดอาจจะเลือกใช้แค่อันใดอันหนึ่งก็ได้

โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นอีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยให้คุณแม่เปลี่ยนผ้าอ้อมทารกได้สะดวก จะใช้โต๊ะอื่นๆ แทนก็ได้แต่ต้องมีความแข็งแรงและมีความกว้างพอประมาณสำหรับวางผ้าอ้อมและของใช้จำเป็นได้ด้วย และสุดท้ายคือ ผ้ากันเปื้อน เป็นผ้ายางที่จะคอยรองไม่ให้ของเหลวหรือสิ่งสกปรกไหลซึมสู่เฟอร์นิเจอร์หรือเบาะรองได้ ผ้ากันเปื้อนแบบนี้ล้างทำความสะอาดง่ายควรมีไว้เช่นกัน

อายุ 4-8 เดือน

เมื่อเด็กโตขึ้นมาอีกหน่อยนอกจากของที่ใช้ตั้งแต่แรกเกิดแล้วอาจจะมีของจำเป็นที่ควรเพิ่มขึ้นมา เช่น เก้าอี้โยก เอาไว้สำหรับให้คุณพ่อหรือคุณแม่อุ้มลูกแล้วนั่งบนเก้าอี้โยกจะช่วยกล่มเจ้าตัวน้อยให้หลับเร็วขึ้นได้ไม่งอแง และควรเพิ่ม ตู้เก็บของแบบมีลิ้นชัก ที่จะเก็บได้ทั้งเสื้อผ้าและของเล่นที่จะต้องเพิ่มขึ้นมาในอนาคต

อายุ 9-12 เดือน

เมื่อเด็กเริ่มโตจากนั้นก็จะตั้งไข่และเดินได้ ต่อไปต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในจุดต่างๆ ทั้งการล็อคห้องน้ำเพื่อไม่ให้เด็กเปิดเล่นและโดนประตูหนีบ การป้องกันมุมที่แหลมคมของโต๊ะและตู้ด้วยขอบยางหรือขอบโฟมที่ชุดละประมาณ 100 กว่าบาทเท่านั้น และสุดท้ายตู้ลิ้นชักไว้เก็บของเล่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

เด็กผู้ชาย/เด็กผู้หญิง/ไม่แบ่งตามเพศ: การตกแต่ง การใช้สี ของเล่นและลายผ้าต่างๆ จะถูกเลือกใช้แตกต่างกันตามเพศของเด็ก ห้องของเด็กผู้ชายมักใช้สีฟ้า น้ำเงิน หรือแดง ใช้ลายที่เกี่ยวกับรถยนต์หรือหุ่นยนตืที่เด็กผู้ชายจะชอบ ส่วนเด็กผู้หญิงมักจะใช้สีชมพูและอาจจะมีลายดอกไม้ เจ้าหญิงเป็นต้น

เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์อะไรที่จำเป็นสำหรับห้องลูกน้อย?

เปล เด็กแรกเกิดมักจะใช้เวลาในการนอนมากที่สุด เลือกเปลที่จะช่วยให้ลูกหลับสบาย อาจจะเป็นเปลแบบที่ไกวได้ด้วยก็ช่วยเบาแรงพ่อแม่ได้เยอะ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1,000 บาท

ลิ้นชักและโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม เลือกแบบที่เป็นโต๊ะที่มีลิ้นชักในตัวจะได้ไม่เปลืองที่ บนสุดเอาไว้เปลี่ยนผ้าอ้อม ส่วนลิ้นชักก็เอาไว้เก็บของ เช่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้า ขวดนม และของเล่นได้สบาย

เก้าอี้โยก อุ้มเด็กทารกและกล่อมให้หลับนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้ามีเก้าอี้โยกก็จะทำให้พ่อแม่มือใหม่สบายขึ้น

ถังขยะ ทั้งผ้าอ้อม ทิชชู่เปียก และสารพัดที่ต้องใช้กับเด็กทารก เตรียมแบบใหญ่ไว้เลย

ที่เก็บของ รับรองว่าของจะเพิ่มมากขึ้นตามวัยแน่ๆ

เก้าอี้เด็ก เลือกแบบที่สามารถล็อคตัวเด็กไว้ได้จะได้อุ่นใจและปลอดภัย

ที่นอนและเปลประเภทไหนที่ดีกับลูกน้อย?

ที่นอนเด็กมีหลายแบบมากกว่าที่คุณคิด แต่ละแบบต่างกันอย่างไรนะ

เปล เป็นแบบที่มีราคาย่อมเยาที่สุดการใช้งานก็ง่ายเพียงตั้งไว้เฉยๆ มีรุ่นแบบพับได้ด้วย เมื่อไม่ใช้ก็เก็บสะดวก ราคาไม่เกินพันบาท

คอกเด็ก จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นเพราะมีที่กั้นสูงขึ้นมา เด็กจะไม่กลิ้งออกมาได้ มีทั้งทำจากไม้และพลาสติก ราคาขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้

ตะกร้าใส่เด็ก มีขนาดเล็กและเบาที่สุด ควรรองด้วยเบาะและผ้านุ่มๆ ข้างในอีกชั้น

เปลโยก คล้ายกับเปลธรรมดาแต่จะสามารถโยกได้ ทำให้สะดวกในการกล่อมนอน

การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับห้องเด็ก

ถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนควรเตรียมพร้อมเอาไว้ เช่น

การให้เด็กทารกนอนหลับที่ปลอดภัยในเปลหรือในคอก

เก้าอี้สูง หากเด็กปีนแล้วเกิดล้มขึ้นมาคงไม่ดีแน่ ดังนั้นควรเลี่ยงที่จะเอาไว้ในห้องเด็ก

สิ่งกีดขวาง เพราะเด็กๆ อาจจะคลานไปทั่วแล้วชนจนเกิดอันตรายได้

พื้นที่สำหรับเล่น ควรจัดพื้นที่ให้พอเหมาะ อาจมีคอกกั้นไว้พร้อมกับหุ้มผ้านุ่มๆ

อื่นๆ เช่น เชือก, ของเล่น ควรดูแลเด็กให้ถ้วนถี่ว่ามีของอะไรอยู่ใกล้มือแล้วเขาจะหยิบฉวยเข้าปากแล้วเป็นอันตรายได้

แสงสว่างที่สมบูรณ์แบบสำหรับห้องเด็กทารก

ใช้ไฟอ่อน: อบอุ่นสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายสำหรับทารก ทำให้ได้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่

โคมไฟด้านข้าง: ได้ทั้งฟังค์ชั่นในการส่องแสงสว่างและยังใช้ตกแต่งได้ดีอีกด้วย

เพิ่มแสงธรรมชาติอย่างเช่นหน้าต่างบานใหญ่ ได้ทั้งแสงและยังระบายอากาศได้อีก

โคมไฟแบบแขวน ทำให้ห้องเด็กนั้นมีบรรยากาศอบอุ่น

การจัดแสงให้เหมาะกับเปล โดยไม่ให้มีไฟอยู่บนเหนือหัวนอนเพราะเด็กทารกอาจจะมองดู รบกวนการนอนหลับของเด็ก

แสงกลางคืน ควรจัดให้เหมาะกับความต้องการในการใช้งาน เช่น เปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก หรือป้อนอาหาร เป็นต้น

อ่านจนมาบรรทัดนี้ หลายท่านคงอยากจะถอดใจกับการแต่งห้องให้ลูกน้อยของครอบครัว อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไปง่ายๆ หากคุณมีไอเดียในหัวมากมายแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นักตกแต่งออกแบบภายในที่รู้และเข้าใจในการตกแต่งห้องนอนเด็กๆเป็นอย่างดี เท่านี้ การมีห้องนอนเด็กๆสวยๆที่เข้ากับบ้านและเป็นที่ชื่นชอบของลูกของคุณก็ไม่ยากจนเกินไป