12 นักออกแบบและตกแต่งภายใน ใน เชียงใหม่

พื้นที่

นักออกแบบตกแต่งภายในในจังหวัดเชียงใหม่

สถาปนิกและนักออกแบบตกแต่งภายในต่างกันอย่างไร

เจ้าบ้านหลายท่านพอพูดถึงสถาปนิกก็มักจะนึกถึงวิชาชีพที่สามารถให้บริการด้านงานออกแบบอาคารประเภทต่างๆ ทั้งบ้านและที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม ตึกสูง ศูนย์การค้า ฯลฯ ซึ่งหากขาดสถาปนิกไปแล้วอาคารสวยๆที่เราเห็นคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ในสายงานวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบก่อสร้างนอกเหนือจากสถาปนิกและวิศวกรแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสายงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ นั่นคือนักออกแบบตกแต่งภายใน ฟังจากชื่อก็อาจจะทราบคร่าวๆว่างานรับผิดชอบนั้นคืออะไร แต่ในเมื่อเราว่าจ้างสถาปนิกให้ทำการออกแบบอาคาร ออกแบบบ้านของเราแล้วนั้น ทำไมจะต้องว่าจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในอีก นั่นก็เป็นเพราะขอบเขตงานรับผิดชอบของนักออกแบบตกแต่งภายในนั้นถือว่าอยู่ในส่วนพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับการใช้งานของมนุษย์มากที่สุดนั่นเอง ซึ่งงานที่นักออกแบบตกแต่งภายในจะทำนั้นคือการจัดสรรพื้นที่ในส่วนภายในอาคารให้ตอบโจทย์การใช้สอยอย่างเหมาะสม ทั้งการจัดรูปแบบพื้นที่ การจัดองค์ประกอบของการใช้งานทั้งเฟอร์นิเจอร์แบบเคลื่อนย้ายหรือเฟอร์นิเจอร์แบบบิลท์อิน รวมถึงการออกแบบองค์ประกอบทางกายภาพของพื้นที่ทั้งพื้น ผนังและเพดาน ให้มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้งานและมีสุนทรีย์ความสวยงามตามคอนเสปต์ของอาคารหลังนั้นๆ รวมถึงช่วยสร้างมูลค่าให้อาคารบ้านเรือนมีคุณค่าในด้านต่างๆยิ่งขึ้น

จะเข้าพบเพื่อปรึกษาระบบริการจากนักออกแบบตกแต่งภายในในจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างไร

จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายทางด้านการท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทั้งในด้านของวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้การเจริญเติบโตของเมืองมีการพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อการรองรับการเป็นเมืองท่องเที่ยวและรองรับการพำนักอาศัยในระยะยาวของผู้คนทั้งชาวไทยและต่างชาติ โครงการที่พักอาศัยประเภทต่างๆทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม โรงแรม รีสอร์ทและโฮสเทลต่างผุดขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการของชาวเมืองมากขึ้น ในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจต่างว่าจ้างทั้งสถาปนิกและนักออแบบตกแต่งภายในในการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอาคารของตัวเอง รวมถึงเจ้าบ้านที่ต้องการสร้างบรรยากาศของบ้านตัวเองให้มีการใช้สอยที่ดีและมีความโมเดิร์นร่วมสมัย

ดังนั้นหากคุณเป็นเจ้าของโปรเจคหรือกำลังมีแผนจะก่อสร้างบ้านและที่พักอาศัย ก็สามารถข้ารับคำปรึกษาและบริการทางวิชาชีพของนักออกแบบตกแต่งภายในในจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็น เนื่องจากในปัจจุบันมีนักออกแบบตกแต่งภายในทั้งที่ทำงานอิสระและเปิดสำนักงานออกแบบอยู่ภายในจังหวัดเชียงบใหม่เป็นจำนวนมาก ข้อดีคือนักออกแบบที่เป็นคนในพื้นที่ย่อมเข้าใจความต้องการและวิถีชีวิต รวมถึงเข้าใจลักษณะความเป็นเมืองเชียงใหม่ได้ดีกว่านักออกแบบจากที่อื่น นอกจากนี้ยังช่วยให้เจ้าของบ้านประหยัดเวลาและค่าเดินทางในการไปปรึกษาว่าจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในจากที่อื่นอีกด้วย

บริการที่คุณจะได้รับเมื่อทำการว่าจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในในจังหวัดเชียงใหม่

ขอบเขตการทำงานของนักออกแบบตกแต่งภายในถึงแม้จะมีขอบเขตที่ค่อนข้างเล็กกว่างานของสถาปนิกแต่ก็มีรายละเอียดต่างๆของงานที่มากไม่แพ้กัน ในส่วนของกระบวนการทำงานนั้นสามารถสรุปเป็นขั้นตอนต่างๆอย่างเข้าใจง่ายๆได้ดังนี้

1. ขั้นตอนการวางคอนเสปต์และแบบร่างไอเดีย เป็นช่วงแรกของการว่าจ้างซึ่งเจ้าของบ้านจะเข้าพบเพื่อบอกถึงรายละเอียดความต้องการของงานออกแบบ โดยนักออกแบบจะจัดทำแบบร่างพื้นที่คร่าวๆและมีแบบไอเดียของบรรยากาศจากแหล่งอ้างอิงหรืองานจากที่อื่นๆ เป็นต้น

2. จัดทำแบบร่างพร้อมแบบจำลองสามมิติ ขั้นตอนนี้จะเป็นการจัดทำแบบร่างของแปลนซึ่งมีระยะของรายละเอียดต่างๆถูกต้องตรงตามสัดส่วนและมีการทำแบบจำลองสามมิติของพื้นที่ส่วนต่างๆ ตามที่ได้ตกลงกับเจ้าของ เพื่อให้เห็นบรรยากาศของงานเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

3. จัดทำแบบก่อสร้างจริงพร้อมแบบประเมินราคาหรือ BOQ ภายหลังการปรับแก้แบบร่างของบ้านในขั้นตอนก่อนหน้า นักออกแบบตกแต่งภายในจะจัดทำแบบก่อสร้างจริง พร้อมสเปคแบบของวัสดุที่จะใช้ ซึ่งพร้อมเสนอให้ผู้รับเหมาจัดทำใบประเมินราคาต่อไป

4. ขั้นตอนการควบคุมงานก่อสร้างตามระยะเวลาที่ตกลง ในส่วนขั้นตอนนี้จะเป็นขอบเขตงานที่เจ้าของจำเป็นต้องตกลงว่าจ้างกับนักออกแบบเองว่าจะให้มาควบคุมงานในช่วงเวลาใดบ้าง ซึ่งจะส่งผลกับเนื้องานที่จะได้และจำเป็นต้องมีค่าบริการทางวิชาชีพเพิ่มเติมด้วย

สำหรับค่าบริการทางวิชาชีพนั้น โดยปกติแล้วนักออกแบบภายในจะมีการคิดค่าบริการอยู่สองรูปแบบได้แก่ คิดค่าบริการตามมูลค่าการก่อสร้าง โดยอาจเริ่มต้นตั้งแต่ 5-7% ของค่าก่อสร้างบ้าน หรืออาจสูงถึง 10% ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและวัสดุที่ใช้ ส่วนการคิดค่าบริการอีกรูปแบบคือคิดตามขนาดพื้นที่ของงานนั้นๆ ซึ่งจะมีราคาเริ่มต้นที่ 300-500 บาทต่อตารางเมตร หรือหากเป็นงานที่มีความยากและใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงก็จะมีราคาตั้งแต่ 1000 บาทต่อตารางเมตรเป็นต้นไป

ข้อจำกัดการบริการของนักออกแบบตกแต่งภายใน

ขอบเขตที่จำกัดการให้บริการทางวิชาชีพของนักออกแบบตกแต่งภายในตามข้อบังคับของสภาสถาปนิกคือผู้ให้บริการจะให้บริการด้านการออกแบบในส่วนของการจัดสรรและตกแต่งพื้นที่ภายในอาคารเท่านั้น ซึ่งในกรณีที่โปรเจคบ้านหรือที่อยู่อาศัยของคุณมีขนาดพื้นที่รวมไม่เกิน 500 ตารางเมตร นักออกแบบตกแต่งภายในก็สามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแต่อย่างใด แต่หากขนาดพื้นที่เกินกว่า 500 ตารางเมตร การให้บริการก็จำเป็นต้องเป็นไปตามกฏข้อบังคับซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในจำเป็นต้องมีใบอนุญาติประกอบวิชาชีพในการทำงานนั่นเอง

ข้อควรรู้ก่อนว่าจ้างและขอรับคำปรึกษานักออกแบบตกแต่งภายใน

สำหรับเจ้าบ้านหรือเจ้าของโครงการที่ต้องการเข้ารับบริการจากนักออกแบบตกแต่งภายในนั้น คุณจำเป็นต้องทราบถึงความต้องการหรือไอเดียของการตกแต่งพื้นที่แบบคร่าวๆที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ของงานออกแบบทั้งการตกแต่งบ้านแบบโมเดิร์น การตกแต่งแบบคลาสสิค การตกแต่งแบบไทยร่วมสมัย หรือแบบลอฟท์ดิบเท่ เป็นต้น เพื่อให้นักออกแบบตกแต่งภายในสามารถออกแบบและจำลองบรรยากาศออกมาให้เหมาะสมกับโปรเจคบ้านของคุณ

นอกจากนี้คุณเองก็ยังต้องทราบขนาดพื้นที่ของบ้านหรือที่อยู่อาศัยของคุณด้วย รวมถึงมูลค่าการก่อสร้างทั้งโปรเจคที่ก่อสร้างเสร็จแล้วรอตกแต่งและโปรเจคที่ยังไม่ก่อสร้าง เนื่องจากนักออกแบบภายในอาจจำเป็นต้องทำงานประสานร่วมกับสถาปนิก วิศวกรและผู้รับเหมา เพื่อให้งานสามารถดำเนินไปอย่างสอดคล้องไม่ขัดแย้งกันนั่นเอง

เพียงเท่านี้เชื่อว่าคุรผู้อ่านก็คงมั่นใจได้แล้วว่าการว่าจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกหรือยากอย่างที่คิด ทั้งยังได้ทราบข้อดีของการรับคำปรึกษาจากนักออกแบบที่เชี่ยวชาญการจัดสรรพื้นที่สำหรับใช้สอยในส่วนที่ใกล้ตัวผู้ใช้งานมากที่สุด ลองปรึกษานักออกแบบตกแต่งภายในในจังหวัดเชียงใหม่ดูสิ แล้วคุณจะพบว่าบ้านและที่อยู่อาศัยของคุณนั้นจะดูดีน่าอยู่ขึ้นอย่างแน่นอน