นักออกแบบและตกแต่งภายใน ใน เมือง: ค้นหา Bankog | homify

112 นักออกแบบและตกแต่งภายใน

พื้นที่

นักออกแบบตกแต่งภายในในกรุงเทพมหานคร

ข้อแตกต่างระหว่างสถาปนิกและนักออกแบบตกแต่งภายใน

คุณผู้อ่านหลายท่านคงจะทราบและรู้กันพอสมควรว่าสถาปนิกคือผู้มีหน้าที่ออกแบบอาคารและพื้นที่ใช้สอยต่างๆให้เหมาะสมกับความต้องการการใช้งานและการอยู่อาศัย แต่หากพูดถึงนักออกแบบตกแต่งภายใน หลายท่านอาจยังสับสนหรือยังไม่ทราบแน่ชัดว่านักออกแบบตกแต่งภายในนั้นมีหน้าที่ในการทำอะไรหรือจะสามารถช่วยเหลือเราได้อย่างไรบ้าง หากจะกล่าวง่ายๆคือสถาปนิกมีหน้าที่ออกแบบในส่วนของภาพรวมของอาคารทั้งหมด ตั้งแต่การจัดวางพื้นที่ใช้สอยไปจนถึงรูปร่างหน้าตาอาคารที่เห็นได้ชัดจากภายนอก ทั้งบ้านพักอาศัย ตึกสูง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ฯลฯ  ส่วนนักออกแบบตกแต่งภายใน หรือที่บางคนรู้จักในชื่อว่ามัณฑนากรนั้นจะทำหน้าที่ดูแลการออกแบบองค์ประกอบและรายละเอียดต่างๆที่อยู่ภายในพื้นที่ใช้สอยของอาคาร ให้สามารถใช้งานได้ตรงตามความต้องการหรือมีบรรยากาศความสวยงามที่ช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน เป็นต้น

อย่างไรก็ตามก็มีสถาปนิกจำนวนไม่น้อยมที่ผันตัวมาร่วมออกแบบตกแต่งภายใน รวมถึงนักออกแบบตกแต่งภายในที่รับให้คำปรึกษาการออกแบบบ้าน ทั้งนี้ขอบเขตของวิชาชีพก็เป็นส่วนที่มาช่วยจำกัดการให้บริการและการทำงานของทั้งสองวิชาชีพที่เกี่ยวดองกันนี้ เพราะท้ายที่สุดแล้วผู้ที่จะให้คำปรึกษาได้ดีที่สุดคือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสายงานนั้นๆโดยตรงนั่นเอง

จะตามหาและปรึกษานักออกแบบตกแต่งภายในกรุงเทพมหานครได้อย่างไร

ในปัจจุบันวิชาชีพการออกแบบภายในนับว่าเป็นอีกหนึ่งสายงานที่คุณๆเจ้าของบ้านสามารถเข้าหาเพื่อรับคำปรึกษาด้านการออกแบบได้แบบไม่ยากเย็น เนื่องจากตัวนักออกแบบภายในเองก็มีจำนวนไม่น้อยที่เปิดบริษัทรับทำงานออกแบบภายในโดยเฉพาะและหลายแห่งก็มีชื่อเสียงชนิดที่มีงานออกแบบทั้งในและนอกประเทศ นอกจากบริษัทนักออกแบบตกแต่งภายในแล้ว บริษัทสถาปนิกใหญ่ๆส่วนมากก็มักมีนักออกแบบที่รับผิดชอบส่วนงานออกแบบภายในอยู่ด้วย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะไปยังบริษัทรับออกแบบแห่งไหน ก็สามารถถามหานักออกแบบตกแต่งภายในเพื่อขอรับบริการทางวิชาชีพได้อย่างสบายใจแน่นอน

บริการที่คุณสามารถขอรับคำปรึกษาจากนักออกแบบตกแต่งภายใน

โดยทั่วไปการให้บริการของนักออกแบบภายในนั้นมีขอบเขตของการออกแบบและคิดค่าบริการที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

1. วางคอนเซปต์ ออกแบบและทำแบบก่อสร้าง ในส่วนการว่าจ้างนี้นักออกแบบภายในจะออกแบบและทำแบบก่อสร้างให้เจ้าของไปติดต่อผู้รับเหมาเพื่อก่อสร้างต่อไป เรทราคาจะคิดตามร้อยละของราคาค่าก่อสร้างบ้าน ตั้งแต่ 3-15% ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 5-7% ของมูลค่างาน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและวัสดุที่ใช้

2. ออกแบบพร้อมคุมงานก่อสร้าง ในส่วนการว่าจ้างลักษณะนี้จะมีการคิดค่าแบบก่อสร้างและค่าควบคุมงานก่อสร้างเป็นเปอร์เซนต์แยกจากค่าออกแบบ ซึ่งเมื่อถึงขั้นตอนการดำเนินการนักออกแบบภายในจะลงพื้นที่คุมหน้างาน จัดตารางงาน ประสานงานกับฝ่ายผู้รับเหมาและผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้ แต่เจ้าของจะเป็นคนหาผู้รับเหมาเอง เลือกสินค้าต่างๆด้วยตนเอง โดยผู้ออกแบบจะมีหน้าที่ประสานงานให้เท่านั้น

3. ออกแบบ จัดหาผู้รับเหมา และคุมงานก่อสร้าง เป็นลักษณะการว่าจ้างที่เป็นที่นิยมเนื่องจากนักออกแบบภายในสามารถทำงานได้ง่ายและต่อเนื่อง กล่าวคือทั้งออกแบบ จัดหาผู้รับเหมา และดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆให้เจ้าของโครงการ โดยนักออกแบบจะนำแบบมาพร้อมกับใบเสนอราคาหรืองบประมาณที่ต้องใช้ ค่าบริการวิชาชีพจะคิดตามร้อยละของมูลค่าก่อสร้างบ้านหลังนั้นๆ โดยทั่วไปเรตราคาจะอยู่ที่ 5-10% และบวกค่าดำเนินการคุมงานก่อสร้างอีก 10% ซึ่งทางเจ้าของบ้านและนักออกแบบตกแต่งภายในเองสามารถทำการตกลงและต่อรองราคาเพื่อความเป็นธรรมได้อีก ทั้งการลดการใช้วัสดุชนิดที่มีราคาแพงหรือผู้รับเหมาที่อาจคิดราคาค่าจ้างแตกต่างกันไปในแต่ละที่ เป็นต้น

ข้อจำกัดของงานออกแบบภายในที่นักออกแบบภายในจำเป็นต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพ

โดยปกติคุณเจ้าของโครงการสามารถว่าจ้างนักออกแบบตกแต่งภายในในการช่วยให้คำปรึกษาการออกแบบภายในบ้าน ทั้งการจัดวางพื้นที่ใช้สอย การออกแบบเฟอร์นิเจอร์และออกแบบองค์ประกอบต่างๆภายในบ้านหรืออาคารที่พักอาศัยให้ตรงตามความต้องการได้ แต่หากบ้านหรืออาคารของเจ้าของโครงการมีขนาดพื้นที่มากกว่า 500 ตารางเมตร ตัวนักออกแบบจำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพจากสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย จึงจะสามารถทำงานได้

ข้อควรรู้ก่อนว่าจ้างขอคำปรึกษาจากนักออกแบบตกแต่งภายในในกรุงเทพมหานคร

สำหรับเจ้าบ้านแล้วก่อนที่จะเข้าขอรับคำปรึกษาจากนักออกแบบตกแต่งภายใน อันดับแรกเลยคือศึกษาข้อมูลต่างๆของงานออกแบบที่จำเป็น เช่นลักษณะของแบบหรือสไตล์ของบ้านที่อาจมีแบบก่อสร้างเสร็จแล้วรอสำหรับตกแต่งภายในหรือยังไม่เริ่มต้นออกแบบก่อสร้าง ทั้งนี้จากที่เราได้เกริ่นไปแล้วว่าราคาค่าบริการของนักออกแบบภายในนั้นคิดค่าบริการตามร้อยละของค่าก่อสร้างบ้าน หรือในอีกกรณีคือการคิดค่าบริการตามขนาดพื้นที่ ซึ่งโดยทั่วไปราคาจะอยู่ที่ประมาณ 300 – 1000 บาทต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับขอบเขตงานและลักษณะของโปรเจคนั้นๆ ในจุดนี้คุณจำเป็นต้องทำการตกลงกับนักออกแบบถึงขอบเขตของงานและค่าบริการที่คุณต้องจ่ายอย่างแน่ชัด

ในส่วนของสไตล์งานที่จะอออกมาเป็นผลลัพธ์บ้านหรือที่พักอาศัยของคุณนั้น ต้องจำให้มั่นเลยว่าคุณต้องมีความชัดเจนในสไตล์ความชอบหรือความต้องการของผลงาน เช่นคุณต้องการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น หรือจะตกแต่งแบบลอฟท์ดิบเท่ เป็นต้น เพราะมิเช่นนั้นแล้วการอธิบายความต้องการที่ไม่ชัดเจนจะทำให้งานออกแบบของนักออกแบบตกแต่งภายในอาจต้องมีการปรับแก้แบบหลายครั้ง ซึ่งจะส่งผลต่องบประมาณค่าใช้จ่ายที่บานปลายออกไปได้ และเมื่อมั่นใจในความต้องการของตนแล้ว ก็อย่ารอช้าที่จะปรึกษา นักออกแบบตกแต่งภายในในกรุงเทพมหานคร ซึ่งพร้อมที่จะให้บริการและเนรมิตความต้องการของคุณให้จับต้องได้กลายเป็นจริ

ค้นหารูปภาพที่คล้ายกัน