สถาปนิก ใน เมือง: ค้นหา Bankog | homify

100 สถาปนิก

พื้นที่

สถาปนิกในกรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงราชธานีของไทยมานับตั้งแต่การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 235 ปีแล้ว ในช่วงแรกของยุคสมัยนั้น สถาปัตยกรรมของบ้านเมืองและที่อยู่อาศัยนั้นยังคงยึดถือรูปแบบที่สืบต่อมาจากกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีรูปแบบแนวความคิดจากความเชื่อทางศาสนารวมถึงลักษณะของชนชั้นวรรณะในสังคมเอง ก็เป็นตัวกำหนดลักษณะการแสดงออกทางสถาปัตยกรรมด้วยเช่นกัน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือสังคมไทยเป็นสังคมที่การอยู่อาศัยเกี่ยวข้องกับน้ำ ทั้งแม่น้ำและลำคลองต่างๆล้วนมีชีวิตชีวา คูหาบ้านเรือนต่างๆล้วนหันหน้าบ้านเข้าหาน้ำเพราะเราใช้เส้นทางน้ำเป้นทางคมนาคมหลัก ทั้งในช่วงฤดูน้ำหลากเราก็ไม่เคยหวั่นเพราะบ้านไทยเรานั้นเป็นบ้านยกพื้นสูง แต่ด้วยกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปประกอบกับการแลกเปลี่ยนทางด้านวิทยาการความรู้และวัฒนธรรมกับนานาอารยประเทศทั่วโลก ทำให้รูปแบบทางสถาปัตยกรรมมีความผสมผสานความเป็นไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับอาคารในเขตร้อนชื้นกับอาคารสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สถาปนิกในกรุงเทพฯปัจจุบันก็ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ไปจนถึงหันมาสนใจภูมิปัญญาและองค์ความรู้ของการออกแบบอาคารให้เหมาะสมกับเมืองไทยของเรามากขึ้น ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้คุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัยของเราๆท่านๆนั้นเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

ปรึกษาสถาปนิกในกรุงเทพฯนั้นดีอย่างไร?

ด้วยความที่เป็นเมืองหลวงที่มีความเจริฐก้าวหน้าในด้านของทรัพยากรต่างๆโดยเฉพาะทรัพยากรมนุษย์ ทำให้ไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะปรึกษาทีมนักออกแบบหรือสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งในกรุงเทพมหานครนี้เองก็เป็นเสมือนเมืองที่รวมนักออกแบบชื่อดังที่มีผลงานระดับโลกไม่แพ้สถาปนิกต่างชาติ และยิ่งเป็นนักออกแบบชาวไทยด้วยกันแล้วย่อมเข้าใจถึงสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศรวมถึงไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตของคนไทยอย่างถ่องแท้ชัดเจน ในปัจจุบันนั้นหากคุณสนใจที่จะปรึกษาสถาปนิกในกรุงเทพฯเพื่อสร้างบ้านสักหลัง โดยทั่วไปแล้วค่าออกแบบนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 7% ของค่าก่อสร้างบ้านหลังนั้นๆ ทั้งนี้ก็มีราคาที่สถาปนิกเห็นชอบร่วมกันว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าทั้งต่อตัวสถาปนิกเองและเจ้าบ้าน คือค่าออกแบบบ้านพักอาศัย 20,000 บาท, ค่าแบบร่างสามมิติ 10,000 บาท, ค่าติดต่อประสานงานและกำหนดวัสดุ 10,000 บาท โดยราคาข้างต้นนี้ไม่รวมค่าเขียนแบบก่อสร้างเพื่อให้ผู้รับเหมาหรือยื่นต่อสำนักงานเขตแต่อย่างใด ทั้งนี้ราคาอาจแปรผันตามความยากง่ายของโปรเจค ความต้องการการใช้พื้นที่บ้าน ขนาดของที่ดิน เป็นต้น

งบประมาณค่าก่อสร้างบ้านในกรุงเทพมหานคร

กรุงเทพฯนับเป็นเมืองๆหนึ่งที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก ด้วยขนาดพื้นที่ที่มีจำกัดก่อให้เกิดปัญหาความแออัดในด้านที่อยู่อาศัยมากมาย ทั้งนี้พื้นที่ที่สามารถก่อสร้างเป็นที่อยู่อาศัยซึ่งถูกจัดกำหนดไว้ตามผังเมืองรวมนั้นมักอยู่ในแถบชานเมืองซึ่งมีข้อดีของความแออัดที่น้อยกว่าที่ดินในใจกลางเมือง แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ระบบการขนส่งเข้าถึงอาจทำให้ไม่สะดวกหากคุณมีที่ทำงานอยู่ใจกลางเมืองเช่นกัน ด้วยปัจจัยดังกล่าวจึงส่งผลให้ค่าก่อสร้างบ้านและที่อยู่อาศัยในกทม.มักขึ้นอยู่กับตำแหน่งของที่ดินเป็นหลัก แต่เฉพาะค่าก่อสร้างตัวบ้านไม่รวมค่าที่ดินนั้นมีราคาประเมินขึ้นอยู่กับการออกแบบ วัสดุเกรดที่ใช้และขนาดพื้นที่(ตารางเมตร)ของบ้าน เช่นบ้านเดี่ยวไม้ชั้นเดียวมีค่าก่อสร้าง 10,400-13,500 บาท หรือบ้านเดี่ยวตึก 2-3 ชั้น มีค่าก่อสร้าง 10,600-15,000 บาทต่อตารางเมตร เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น คุณต้องการสร้างบ้านเดี่ยวสร้างด้วยปูนสูง 2 ชั้น ขนาดพื้นที่รวม 140 ตารางเมตร ค่าก่อสร้างขั้นต่ำของบ้านหลังนี้จึงเท่ากับ 10,600x140 ตร.ม. = 1,484,000 บาท เป็นต้น  ซึ่งโดยทั่วไปบ้านจะมีขนาดพื้นที่อยู่ที่ประมาณ 100-200 ตารางเมตร ราคาค่าก่อสร้างขั้นต่ำจึงจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านบาท  โดยคุณสามารถหาข้อมูลรายละเอียดราคาค่าก่อสร้างบ้านและอาคารชนิดต่างๆได้จากมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย และนอกจากนี้ราคาค่าก่อสร้างยังอาจขึ้นอยู่กับความยากง่ายของโครงสร้าง หรือพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากก็อาจทำให้ค่าก่อสร้างพุ่งสูงขึ้น เจ้าบ้านจึงจำเป็นต้องปรึกษาผู้รับเหมาอย่างรอบคอบก่อนทำสัญญาในทุกครั้ง

กฏหมายที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้างบ้านในกรุงเทพฯ

แน่นอนว่าหากคุณคิดจะสร้างบ้านสักหลังใช่ว่าคุณจะสามารถสร้างได้เลยในทันทีโดยไม่มีการขออนุญาตจากทางการเสียก่อน ถึงแม้ในขั้นตอนส่วนนี้สถาปนิก วิศวกรและผู้รับเหมาก่อสร้างอาจจะเป็นคนคอยจัดการให้คุณเสร็จสรรพ แต่ก็ไม่ผิดหากคุณจะทราบถึงกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบบ้านและที่อยู่อาศัยของคุณ ไม่ว่าจะเป็นระยะถอยร่นตำแหน่งของที่ดินและอาคาร ปริมาณพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่ใช้สอย การออกแบบเพื่อลดการรบกวนการอยู่อาศัยของเพื่อนบ้าน ความปลอดภัยของส่วนใช้สอยต่างๆ หรือแม้แต่การป้องกันด้านอัคคีภัย เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นข้อกำหนดเพียงส่วนหนึ่งซึ่งมีความสำคัญต่อการกำหนดรูปแบบของบ้านและที่อยู่อาศัยของคุณ โดยคุณสามารถดาวน์โหลดเอกสารข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องจากเว็บไซต์ของสภาสถาปนิกหรือจากราชกิจจานุเบกษามาอ่านและทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเอง

รูปแบบสถาปัตยกรรมในกรุงเทพมหานคร

อย่างที่เราได้เกริ่นกันไปบ้างแล้วว่ารูปแบบของอาคารและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯในอดีตนั้นมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับแม่น้ำลำคลอง ถึงแม้ในปัจจุบันการใชชีวิตร่วมกับสายน้ำนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปมาก จนกลายเป็นว่าหลังๆมานี้มักจะเป็นความสัมพันธ์เชิงวิกฤติการณ์อุทกภัยก็ตาม เนื่องด้วยการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปและไม่ตอบรับต่อลักษณะทางภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ ไปจนถึงการพัฒนาเมืองที่ไร้รูปแบบการวางแผนที่ดีพอ ในส่วนของบ้านและที่อยู่อาศัยที่เราต้องปรับตัวในปัจจุบันนี้จึงต้องคำนึงถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งการออกแบบให้สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางภัยพิบัติน้ำท่วม (ที่เมืองไทยเราเผชิญอยู่เสมอไม่เฉพาะแต่ในกรุงเทพฯเท่านั้น) ไปจนถึงความสามารถในการผลิตอาหารและเกษตรกรรมในเมือง รวมถึงพื้นที่สีเขียวซึ่งนับวันจะกลายเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนเมืองหลวงที่พื้นที่ในการใช้ชีวิตช่างจำกัดและไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย สถาปนิกจึงมีหน้าที่ในการออกแบบบ้านเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตด้านอื่นๆนอกเหนือจากการเป็นที่หลับนอนเพียงอย่างเดียว

หากคุณมีความสนใจที่จะปลูกสร้างบ้านอยู่ละก็ ขอให้ปรึกษา สถาปนิกในกรุงเทพมหานครเพื่อรับบริการทางวิชาชีพงานออกแบบบ้านที่เหมาะสมกับเมืองหลวง รวมถึงหาข้อมูลไอเดียต่างๆที่จะช่วยยกระดับการออกแบบให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคุณในทุกๆด้านอย่างแท้จริง

ค้นหารูปภาพที่คล้ายกัน