ห้องนั่งเล่น by vanHenry interiors & colours

9 ขั้นตอนต้องนึกถึงช่วยคุณทาสีบ้านด้วยตัวเอง

Anuwat Anuwat
Loading admin actions …

        

สีทาบ้าน หนึ่งในไอเท็มที่สำคัญที่ผู้อยู่อาศัยนิยมนำมาตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะบริเวณภายในส่วนของผนัง พื้นและเพดาน ปัจจุบันตลาดวัสดุก่อสร้างและหลากหลายผู้ประกอบการได้พัฒนาวัสดุตกแต่งดังกล่าวให้มีเฉดสีที่หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการในทุกการอยู่อาศัยได้อย่างครอบคลุม

ข้อดีการตกแต่งภายในด้วยการใช้สีนั้น สามารถสะท้อนถึงอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด รวมทั้งรสนิยมการอยู่อาศัย ไม่เพียงเท่านั้นสีสมัยใหม่ได้เกิดการคิดค้นและวิจัยที่หลากหลาย ทำให้ผลลัพธ์ของสีไม่ได้มีดีแต่เรื่องความสวยงาม แต่ยังสะดวกสบายต่อการอยู่อาศัย ทั้งในแง่ความส่องสว่าง ความทนทาน และเป็นมิตรกับธรรมชาติ อย่างไรก็ดีสำหรับความสำคัญหรือเทคนิคการเลือกซื้อสีทาภายในนั้น ควรเลือกสีที่มีความละเอียด เงางาม สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ป้องกันเชื้อรา แบคทีเรีย ที่สำคัญต้องไม่มีกลิ่นสารเคมีที่รบกวน ทั้งนี้โทนสีที่นิยมในการตกแต่งภายในส่วนใหญ่จะเป็น โทนสีคลาสลิค ธรรมชาติและพาสเทลซึ่งทั้งหมดมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ ยกระดับภาพรวมของบ้านให้ดูทันสมัย น่าอยู่อาศัยในทุกมุมมอง

ซึ่งในวันนี้ Homify ได้นำเอาเทคนิค ข้อดีและเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆด้วยการใช้สีในการในการตกแต่งบ้านมานำเสนอ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนได้นำเอาไอเดียดังกล่าวไปปรับใช้อย่างสร้างสรรค์ต่อไป

1.สีมีความจำเป็น

สีทาบ้านไม่ได้โดดเด่นเพียงความสวยงาม และในบางครั้งถูกมองว่าเป็นวัสดุตกแต่งที่ดูสิ้นเปลือง แต่ทว่ารู้หรือไม่ว่าประโยชน์ของสีนั้นมีหลากหลายประการ ยกตัวอย่าง สามารถป้องกันการกัดกร่อน โดยเฉพาะพื้นผิวโลหะและคอนกรีต ไม่เพียงเท่านั้นสียังป้องกันการทำลายของเชื้อราจากพื้นผิวไม้ พร้อมกันนี้สียังเป็นรองพื้นที่สำคัญสำหรับงานตกแต่งอื่นๆต่อไป ที่สำคัญสามารถอุดรอยขีดข่วนหรือหลุมบนพื้นผิวงานได้ดี ถือได้ว่าสีมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการออกแบบและตกแต่งบ้านในปัจจุบันได้อย่างไม่ต้องสงสัย

2.​ใช้โทนสีที่มีประโยชน์ต่อการอยู่อาศัย

การเลือกโทนสีที่ดีสำหรับการตกแต่งภายในบ้าน เป็นส่วนสนับสนุนที่สำคัญในการสื่อถืงอารมณ์ ความรู้สึกและรสนิยมของผู้อยู่อาศัย ไม่เพียงเท่านั้นเฉดสีบางโทนยังช่วยเพิ่มความส่องสว่างสำหรับการอยู่อาศัย สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ดีอีกด้วย สำหรับสีทาภายในในปัจจุบันช่างทาสีนิยมเลือกเนื้อสีที่มีความเงางาม สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ทั้งนี้คุณภาพของสีต้องป้องกันเชื้อรา แบคทีเรีย รวมทั้งไม่มีกลิ่นสารระเหยหรือกลิ่นฉุนต่างๆ เพราะนั้นอาจรบกวนการพักผ่อนและเป็นอันตรายสำหรับการอยู่อาศัย

3.​ตกแต่งเพดาน

นอกจากบริเวณผนังและพื้น เพดานเป็นอีกพื้นผิวหนึ่งที่สามารถตกแต่งได้ด้วยการใข้โทนสีต่างๆ โดยหลักการง่ายๆในการทาสีบริเวณดังกล่าวควรทาสีรองพื้นก่อนเพื่อสร้างความกลมกลืนและรักษาพื้นผิวให้คงทน จากนั้นก็เริ่มทาสีตัดขอบเพดานที่ชนกับผนังให้รอบห้องก่อนด้วยแปรงทาสี หลังจากนั้นใช้ลูกกลิ้งทาทั้งหมดโดยเริ่มจากส่วนที่ไกลที่สุด ทาให้เต็มทั้งพื้นที่ประมาณ 2 รอบ สำหรับภาชนะที่ใช้ในการทาสีควรเลือกใช้ถาดใส่สีเพราะนอกจากความสะดวกสบาย ยังประหยัดสีได้ดีอีกด้วย

ข้อดีของการทาสีเพดานนั้นรักษาพื้นผิวฝ้าเพดานให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น ทั้งนี้ยังสามารถเพิ่มสีสันให้กับบ้าน สร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการอยู่อาศัย

4.ตรวจสอบผนังก่อนการทาสี

ก่อนการตกแต่งผนัง พื้นและพื้นผิวอื่นๆภายในบ้าน เราควรตรวจสอบร่องรอยต่างๆ อาทิ รอยร้าว แตกหัก ตลอดจนพื้นผิวที่เป็นหลุมขนาดใหญ่ เพื่อดำเนินการซ่อมแซมก่อน ไม่เช่นนั้นเมื่อทาสีเสร็จร่องรอยดังกล่าวอาจสร้างปัญหาทั้งในแง่ความไม่สวยงามและการดูดซึมสีที่มากอันเป็นสาเหตุของการสิ้นเปลืองนั้นเอง อย่างไรก็ดีเมื่อพื้นผิวพร้อมตกแต่งหากเป็นพื้นเก่าที่มีสีเดิมอยู่แล้วนั้นควรปรับพื้นด้วยการขัดคราบสีเก่าออกก่อนด้วยกระดาษเบอร์สอง จากนั้นก็เริ่มทาสีรองพื้นและตามด้วยการทาสีที่คุณชื่นชอบ

5.​ให้ความหมายที่ดี

เฉดสีแต่ละสีที่นำมาตกแต่งล้วนแล้วแต่มีความหมายและนัยยะสำคัญที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น  สีแดงแสดงออกถึงพลังส่งเสริมให้บ้านมีความทันสมัยและสดใส นิยมตกแต่งบริเวณห้องนั่งเล่นหรือห้องครัว สีขาว ให้อารมณ์และความรู้สึกที่บริสุทธิ์ ภายรวมภายในดูสะอาดตา สามารถตกแต่งได้ในทุกมุมห้อง สีฟ้า ถ่ายทอดถึงความสดชื่น สดใสและดูเป็นธรรมชาติ เป็นส่วนสนับสนุนที่ดีสำหรับความส่องสว่างภายในบ้าน ควรนำมาตกแต่งบริเวณห้องน้ำ ห้องทำงาน รวมทั้งห้องนอนดังเช่นไอเดียบุคภาพนี้ เป็นต้น

6.​เก็บงาน

ในบางครั้งเมื่อผนังบ้านมีอายุการใช้งานที่นาน ร่องรอยการหมดอายุของสีในบางจุดที่เกิดขึ้น เราควรตกแต่งและทาทับร่องรอยดังกล่าวด้วยเฉดสีเดิม เพราะถ้าหากปล่อยไว้นานนอกจากความไม่สวยงาม ผนังบ้านอาจเกิดความเสื่อมโทรมได้ อาทิ เชื้อรา ผนังกร่อน รวมทั้งความชื้นซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดเพียงจุดเดียว แต่จะกระจายไปทั่วผนังเป็นเหตุให้เราต้องเสียเงินเพิ่มในที่สุด ฉะนั้นสอดส่องและคอยเก็บงานเรื่องสีอยู่เสมอ เพื่อให้บ้านอยู่กับเราด้วยความสวยงามไปอย่างยาวๆ

7.เลือกใช้โทนสีที่ดูแล้วเข้ากัน

แม้ว่าเฉดสีในปัจจุบันมีให้เลือกกว่า 4,000 เฉด แต่การเลือกที่ดูแล้วสมดุลและสอดรับกันทำให้ภาพรวมภายในบ้านน่าอยู่อาศัยขึ้นมาถนัดตา ยกตัวอย่างเช่น สีน้ำเงินเข้มกับสีฟ้า สีแดงกับสีเหลืองอ่อน สีชมพูกับสีครีม โดยเฉพาะสีขาวกับสีเขียว สีทั้งสองโดดเด่นในเรื่องความเย็นสบาย สดใหม่ สะอาด สามารถให้อารมณ์และความรู้สึกผ่อนคลาย ที่สำคัญดูเป็นธรรมชาติมากๆ เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างยิ่งสำหรับมุมนอนดังเช่นไอเดียบุคภาพนี้

8.​เก็บตัวอย่างเฉดสีไว้

หลังจากการตกแต่งและทาสีเสร็จในทุกครั้งเราควรขอเฉดสีการผสมจากช่างผู้เชี่ยวชาญไว้เสมอ เพราะถ้าหากจำเป็นต้องเก็บงานหรือทาสีครั้งใหม่ด้วยโทนสีเดิมได้นำกลับมาใช้หรือหาซื้อด้วยความสะดวกสบาย เพราะถ้าหากผสมใหม่อาจไม่ได้เฉดสีเดิม อาจส่งผลให้พื้นผิวภายในเกิดความแตกต่าง เป็นรอยด่าง ดูแล้วไม่สวยงาม ฉะนั้นวิธีการที่ง่ายที่สุดคือเก็บเฉดสีเดิมเอาไว้นั้นเอง

9.​ภาพรวม คือ ความสวยงามสำหรับการอยู่อาศัย

หลังจากการตกแต่งผนัง พื้น เพดาน ด้วยโทนสีต่างๆแล้วนั้น ภาพรวมบรรยากาศภายในบ้านจะดูสวยงาม มีสีสัน มีความส่องสว่าง ตลอดจนดูแลพื้นผิวต่างๆภายในควบคู่ไปด้วย ปัจจุบันสีภายในในตลาดวัสดุก่อสร้างมีให้เลือกหลายประเภท เช่น สีอะคริลิค สีน้ำมัน สีย้อมไม้ สีทารองพื้นปูน และอื่นๆอีกมากมาย ขั้นอยู่กับพื้นผิวและความเหมาะสม ทั้งนี้ในเรื่องของเฉดสีเรียกได้ว่ามีแต่เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยด้วยความครอบคลุม

ฉะนั้นการตกแต่งพื้นผิวภายในบ้านด้วยเฉดสีที่สวยงามต่างๆเป็นอีกทางเลือกที่ดีในการยกระดับบ้านให้ดูสวยงาม ทันสมัย และน่าอยู่อาศัยในทุกมุมมอง

ข้อดีและเทคนิคการตกแต่งผนัง พื้น เพดาน ด้วยสีวิธีไหนถูกใจคุณ ร่วมแชร์ไอเดียการตกแต่งบ้านไปกับเราที่ Homify
 บ้านและที่อยู่อาศัย by Casas inHAUS

ต้องการความช่วยเหลือสำหรับโปรเจคของคุณ? ติดต่อเราได้เลย

Request free consultation

ค้นพบแรงบันดาลใจให้บ้านของคุณ