บ้านคันทรี่ by Chibi Moku

บ้านสองชั้น สวยด้วยไม้แบบที่คุณต้องอยากได้สักหลัง

Pattareeya T. Pattareeya T.
Google+
Loading admin actions …

เคยสงสัยไหมว่าถ้าสถาปนิกออกแบบบ้านของตัวเอง พวกเขาจะออกแบบมาเป็นเช่นไร สำหรับไอเดียบุคนี้ แม้บ้านที่นำมาให้ชมกันจะไม่ใช่บ้านของสถาปนิก Patricia K Emmons จาก Patricia K. Emmons Architecture & Fine Art โดยตรง แต่ก็เรียกได้ว่าเธอได้กลั่นกรองมาจากความถนัดของเธอที่รวมเอางานสถาปัตย์และศิลปกรรมไว้ด้วยกัน เมื่อผนวกเข้ากันความชื่นชอบในด้านศิลปะของเจ้าของบ้าน บ้านหลังงามใน Willamette Valley เขตปลูกองุ่นทำไวน์ทางตอนใต้ของพอร์ทแลนด์แห่งนี้ จึงเป็นศูนย์รวมของสิ่งที่เจ้าของบ้านและผู้ออกแบบรักไปโดยปริยาย

ลองไปชมกันว่าบ้านหลังนี้จะอบอุ่น สวยงามแค่ไหน ผ่านภาพถ่ายของ Chibi Moku ช่างภาพจากเบอร์ลินกันได้เลย

ทางเข้าบ้านที่ไม่เหมือนใคร

บ้านที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ทางเข้า เมื่อมองใกล้ๆ เราจะเห็นการนำแผ่นไม้แผ่นเล็กๆ มาเรียงซ้อนกันเป็นผนัง เป็นการเรียงแบบตีเกล็ดเหลื่อมกันเล็กน้อย จากนั้นตัดสีน้ำตาลของผนังด้วยสีฟ้าอมเขียวบริเวณขอบประตูหน้าต่าง ทำให้สวยงามแปลกตา ซึ่งสีฟ้าอมเขียวนี้ยังเข้ากับสีของเครื่องปั้นดินเผาที่เราจะได้เห็นในบ้านอีกหลายๆ จุดต่อไปด้วย

ตัวบ้านสีสันเป็นเอกลักษณ์

ก่อนเข้าไปชมในบริเวณบ้าน ลองถอยหลังกลับมามองบ้านหลังนี้จากมุมกว้างกันสักหน่อย จะเห็นบ้านสองชั้นที่ให้อารมณ์เหมือนบ้านไร่แบบตะวันตกทั่วไป แต่ก็มีหลายจุดที่ทำให้บ้านหลังนี้มีเอกลักษณ์ เห็นแล้วรู้ได้ว่าต้องมีอะไรที่น่าสนใจซ่อนอยู่ข้างใน

ห้องนั่งเล่น

เมื่อเข้ามาด้านในตัวบ้าน เราจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศอบอุ่น น่าพักผ่อน จากการตกแต่งภายใน ทั้งในเรื่องสี และการใช้ไม้ที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติและผ่อนคลาย อย่างมุมนั่งเล่นหน้าเตาผิงนี้ จะเห็นว่านักออกแบบเลือกใช้สีน้ำตาลและสีเหลืองไข่ไก่เป็นสีหลักในการตกแต่งบ้าน ตั้งแต่พื้นไปจนจรดเพดาน ใช้ไม้เนื้อแข็งมาทำเป็นส่วนประดับตกแต่ง ทั้งเฟอร์นิเจอร์และการนำไม้มาตีกรอบทำชั้นวางของ กรอบรอบเตาผิง ให้เป็นเส้นสายเดียวกับกรอบประตูหน้าต่าง ทั้งนี้การใช้ไม้ตีกรอบเช่นที่เห็นนี้จะปรากฏเชื่อมโยงไปในส่วนอื่นๆ ของบ้านอีกด้วย

เคาน์เตอร์บาร์และตู้

บ้านหลังนี้มีหน้าต่างโดยรอบ เราจึงได้เห็นฝีมือการนำไม้มาประกอบเป็นขอบหน้าต่างอย่างประณีตทั่วบ้านไปหมด เช่นเดียวกับการใช้ไม้ตีกรอบเพดาน ตู้แบบบิวต์อินติดผนัง รวมไปถึงเคาน์เตอร์ต่างๆ อย่างเคาน์เตอร์ในครัวและเคาน์เตอร์บาร์นี้ก็เช่นกัน มองไปแล้วเห็นความกลมกลืนลื่นไหลไปทั้งบ้าน

ของตกแต่งที่มีลวดลายแต่ไม่ฉูดฉาด

ความแข็งที่เป็นคาแรกเตอร์ของไม้ถูกทำให้ดูนิ่มนวลขึ้นด้วยการใช้ลวดลายของพรม โคมไฟ นวมที่นั่งบนเก้าอี้ หรือของตกแต่งอื่นมาช่วยเบรก แต่ยังคงบรรยากาศแบบวินเทจของบ้านเอาไว้ อย่างตู้ไม้ที่เห็นอยู่นี้ก็มีการแกะสลักลวดลายลงไปให้ดูพลิ้วไหวมากขึ้น แถมยังเป็นลายที่ไม่มากจนเกินไป แต่เข้ากับภาพนูนต่ำและเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ตกแต่งอยู่ในบริเวณเดียวกันด้วย

ห้องครัว

แม้ห้องครัวของบ้านจะดูย้อนยุคแต่ก็มาพร้อมอุปกร์ครัวทันสมัย ซ่อนอยู่ในตู้และชั้นวางอย่างเรียบร้อย ทั้งตู้เย็น เตาอบ และอีกหลายอย่าง โดยสิ่งที่เจ้าของบ้านและสถาปนิกเลือกนำเสนอออกมาแทนความทันสมัยเหล่านั้นก็คือข้าวของจำพวกเครื่องเคลือบ งานปั้นเซรามิกที่เจ้าของบ้านรัก ซึ่งถ้าสังเกตให้ดี เราจะเห็นสิ่งเหล่านี้อยู่ในแทบทุกจุดของบ้าน

ครัวเปิดสู่สวน

อีกสิ่งที่เจ้าของบ้านชื่นชอบคือการทำสวนเล็กๆ ไว้ในบริเวณบ้าน เป็นสวนพืชผักสวนครัวที่สามารถนำผลิตผลมาใช้ในการทำอาหารได้ โดยจัดสวนไว้ให้ใกล้กับครัว เพียงเปิดประตูออกไปก็จะพบกับอาณาจักรของพืชผัก สมุนไพร ที่เด็ดมาใช้ได้เสมอ

มุมพักผ่อน

อีกมุมนอนเล่น หรือจะใช้เป็นที่อ่านหนังสือ ตัวห้องตกแต่งด้วยไม้พร้อมตู้และชั้นวางของสไตล์ย้อนยุคเข้ากับทั้งบ้าน จากจุดนี้เราจะเห็นถึงอีกสิ่งหนึ่งที่สถาปนิกเน้นย้ำในการออกแบบบ้านหลังนี้ นั่นคือการมีหน้าต่างบานกว้างโดยรอบ เพื่อให้แสงสว่างส่องเข้าตัวบ้านและอากาศถ่ายเทได้เพียงพอ ทำให้บ้านไม้ไม่อับชื้น ทั้งยังทำให้บ้านไม่มืดทึบอีกด้วย

ห้องน้ำ

ตู้ในห้องน้ำเป็นแบบเดียวกับตู้ในมุมอ่านหนังสือ ขณะที่สีของฐานรองอ่างล้างมือและกระจกก็เป็นสีเดียวกับที่ถ่ายทอดมาจากกรอบประตูหน้าต่างที่เห็นได้จากด้านนอกนั่นเอง

ตู้โชว์ข้างบันได

ผนังตรงริมบันไดจัดเป็นตู้โชว์ จัดวางงานปั้นเซรามิก จำพวกแจกัน หม้อไหแบบมีชิ้นเดียวในโลก จริงๆ ถ้าจะบอกว่าเป็นความภูมิใจของเจ้าของบ้านก็ว่าได้ เพราะหนึ่งในนั้นกำลังอุทิศตนให้กับการทำงานปั้นเซรามิกอย่างเต็มเวลา ทั้งนี้การมีงานฝีมือของสมาชิกในบ้านหรือแม้แต่ของสะสมของพวกเขาปรากฏอยู่ตามมุมต่างๆ ก็ยิ่งช่วยให้กลุ่มบ้านหลังใหญ่นี้ดูอบอุ่น น่าอยู่ ด้วยเป็นบ้านที่เกิดจากการบรรจงนำสิ่งที่เป็นตัวตนของเจ้าของบ้านมาตกแต่งนั่นเอง

ห้องกระจก

จุดพักผ่อนที่เจ้าของบ้านรักอีกจุดหนึ่งคือห้องแบบเรือนกระจกที่สามารถมองออกไปเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้ จัดเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้หวายนั่งสบาย มีแสงธรรมชาติซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของวันเป็นของประดับตกแต่ง

อีกมุมหนึ่งของห้องกระจก

นอกจากจะมีมุมที่นั่งหวายน่าทิ้งตัวลงไปแล้ว ในห้องกระจกยังมีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้ที่เหมาะสำหรับเป็นที่นั่งสังสรรค์และใช้เป็นโต๊ะกินข้าวด้วยก็ได้ โดยจากจุดนี้จะสามารถเชื่อมต่อไปยังโซนอื่นของบ้าน ทั้งห้องครัว ห้องนั้งเล่น ทางเข้าบ้าน และสวนด้านนอกได้เช่นกัน

เป็นบ้านที่สวย อบอุ่น และไม่เหมือนใครใช่ไหม แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ที่นี่
 บ้านและที่อยู่อาศัย by Casas inHAUS

ต้องการความช่วยเหลือสำหรับโปรเจคของคุณ? ติดต่อเราได้เลย

Request free consultation

ค้นพบแรงบันดาลใจให้บ้านของคุณ